วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เมื่อชาว "royalist" บางคนเริ่มฮัมเพลงนี้???


ช่วงนี้ผมเห็นคนรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง(ในส่วนของคนรู้จักแน่ใจได้ว่าเปน ผู้ที่มีหัวใจแห่งความเปน"royalist"ทุกคน) หลายคนเดินฮัมเพลงๆหนึ่ง ผมก็ให้เกิดความสงสัยด้วยทำนองเพลงคุ้นหูชอบกล เลยลองตั้งใจฟังดูพอจับใจความได้ ก็ให้ถึงบางอ้อ..

อ้อ..บางทีเขาอาจจะคิด หรือว่าผมคิดของผมไปเองก็ไม่รู้?


ดึงเชือกสิแล้วฉันจะยิ้มให้คุณ
ดึงเชือกสิแล้วฉันจะร้องเพลงให้ฟัง
ดึงอีกครั้งฉันอาจร้องไห้
แต่ไม่เป็นไร ถ้าถูกใจของคุณ

ดึงเชือกสิ ฉันอาจยิ้มให้อีกครั้ง
แต่อย่าเพิ่งหวัง ครั้งนี้ฉันอาจร้องไห้
เพราะเชือกอาจขาด ฉันอาจหลุดลอยไป
ไปทั้งที่ใจ ไม่อยากจะจากคุณเลย

คุณคงเห็น ฉันไม่มีหัวใจ
ทำฉันอย่างไรก็ได้ เหมือนหุ่น
ให้สุข ให้ทุกข์ แล้วแต่ใจคุณ
ฉันเป็นเพียงหุ่นให้คุณเชิดตามใจ

ดึงเชือกสิฉันอาจยิ้มให้อีกครั้ง
แต่อย่าเพิ่งหวัง ครั้งนี้ฉันอาจร้องไห้
เพราะเชือกอาจขาด ฉันอาจหลุดลอยไป
ไปทั้งที่ใจ ไม่อยากจะจากคุณเลย


เพลง : หุ่นกระบอก - วงตาวัน

ปล.
ลิงก์เพลง โดยคุณIncognito แห่งบอร์ดประชาไท

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เคยทำสิ ทำไมจะไม่เคยทำอะไรให้ประเทศ เสียภาษีไง เป็นผู้จ้างพวกข้าราชการ แต่จ้างไว้ให้เป็นเจ้านายเรา ผู้จ้างไม่มีเงินหลังเกษียณ แถมหัวหน้าข้าราชการบางคนยังเสนอความเห็นไม่ให้มีสวัสดิการสังคม เสียภาษีหลายรูปแบบ เพื่อไปก้มหัวให้คนรับภาษีที่เราจ่าย ไม่มีประชาชน60ล้านคน เสียภาษี อุดหนุนสินค้าของคนหลายคน แล้วเค้าจะอยู่ได้มั้ย แต่ถ้าไม่มีใครบางกลุ่ม ประชากร60ล้านคนอยู่ได้แน่ ถ้าอยู่ไม่ได้เพราะขาดใครบางคน ประชากรเองก็สมควรที่จะสูญพันธุ์ ความที่โง่เกิดมาเอาตัวไม่รอดต้องให้ใครต่อใครค้ำจุน เราไม่เห็นว่าประเทศนี้ที่ผ่านมาอยู่ได้เพราะใครที่เป็นคนไทยเลย แต่เราเห็นว่ามีอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพ สถานีเรดาร์ รบกับคอมมูนิสต์ เลยรอดมา ลำพังคนไทยเองถือผี ไหว้เทวรูป เห็นจะไม่รอด และหลายๆกลุ่มคนก็จะสูญสลายถ้าคอมมูนิสต์เข้าครอง หากจะมีใครสักคนที่มีบุญคุณกับแผ่นดินเห็นจะเป็นอเมริกัน กับฐานทัพหน้าเหลืองๆทำอะไรได้ ลองเผชิญความจริงดูสิ แค่อดีตประธานาธิบดีบุชมาเยือน ในงานเลี้ยงหนูในวัง บุชจะมาหรือกลับเมื่อใดไม่มีใครสกัดได้ เค้ามาไปอย่างไม่แจ้งใครล่วงหน้า ประชาชนแสนจนจำนวนมากของไทยกลับไม่ห่วง ถ้าคนจนลงไปกว่านี้ กลียุคจะเกิด เราจะได้เห็นคนไทยปล้นฆ่าข่มขืนกันเอง แล้วทหาUNก็จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ มันช่างน่าอับอาย มันช่างน่าเย้ยหยัน ต่อชาวโลก ในประเทศมีเรื่องอดสู เพราะไม่เคยรวมกันเองเป็นหนึ่งได้ แล้วมองตัวเองว่าเป็นประชาชนพี่น้องกันที่ต้องดูแลยกย่องกัน มีอำนาจร่วมกันที่จะปกป้องกันจากผู้ที่เราเลือกให้ไปใช้อำนาจของเรา นอกจากจะเก่งทางข่ยตัวแล้วยังขายเสียง จะโทษใคร โทษตัวเองจริงๆที่เลือกเกิดไม่ได้

Arjarn Kamonpat กล่าวว่า...

ความเคารพในสถาบันเกิดขึ้นจากตัวเราเองไม่มีใครมาจี้ปืนบังคับ เราไม่ใช่หุ่นกระบอกของใคร คนไทยต้องเชื่อมั่นเรื่องของความพยายามของตัวเราเอง ชุมชนต้องเข้มแข็งพึ่งตัวเองได้ และต่อรองกับนายทุนได้ อย่าให้นายทุนพยายามหลอกว่าถ้าเราทำงานให้ทุนแล้ว ทุนจะตอบแทน

กฎหมายไทยไม่ได้ส่งเสริมการแข่งขันอย่างแท้จริง เราไม่มีกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ระบบสังคม กฎหมาย และอื่น ๆ ของเราส่งเสริมระบบอุปถัมภ์

คนรุ่นใหม่จะต้องพร้อมที่จะส่งเสริมการแข่งขันกันอย่างยุติธรรม ส่งเสริมคนเก่งคนดี ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะเหลือเพียงแต่ชื่อ คนเก่งจะออกไปขายสมองและแรงงานในต่างประเทศหมด

ประเทศไทยจะถูกคนมีเงินเข้ามาซื้อ (ซึ่งก็ซื้อไปหลายพื้นที่แล้ว) เพื่อใช้ทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่เฉพาะคนชั้นกลางเท่านั้นแต่คนไทยระดับชาวบ้านจะกลายเป็นแค่ลูกจ้างราคาถูกด้วยเพราะไม่มีที่ทำกินเหลือ

อยากให้บ้านนี้เมืองนี้ตอบแทนแก่คนทำงานและประชาชนอย่างเหมาะสมในที่สุด อยากเห็นมีหุ้น มีปันผลจากบริษัทให้แก่พนักงาน ไม่ใช่เอาไปลงทุน เอาไปผลาญโดยนายทุน และสุดท้ายประชาชนก็ต้องทนอยู่ไปวัน ๆ เพื่อให้นายทุนหลอกใช้

มีอีกทางออกหนึ่งคือจงเป็นนายทุนด้วยตัวเอง ช่วยกันคิดช่วยกันสร้าง ผลักดันธุรกิจและใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในการเสริมพลังการผลิตของเครือข่ายประชาชนให้มีพลังพอที่จะต่อรองกับทุนขนาดใหญ๋ได้

ไม่มีใครที่จะช่วยเราได้นอกจากพวกเรากันเอง ถ้าเรามัวแต่ทำอะไรเอาง่ายเอาเร็วเข้าว่าไม่สามัคคีกัน ไม่ช่วยเหลือกัน คิดหรือว่าเราจะรอด มดตัวเดียวหรือกลุ่มเดียวไม่มีพลังอะไรพอจะสู้กับช้างได้ แต่ถ้าเป็นล้านสิบล้านก็ไม่แน่

เราจะเห็นความจริงข้อนี้กันหรือยัง

ขอให้ชุมชนและประชาชนร่วมมือกันเถิด