วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

บทบาท ของระบอบกษัตริย์ ที่คุกคามประชาชน : ว่าด้วย สัจธรรม


บทบาท ของระบอบกษัตริย์กำลัง คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นประเด็นศึกษา ความเห็นที่แตกต่าง และไม่ต้องอ้าง รัฐธรรมนูญเพราะ รัฐธรรมนูญไม่เป็นธรรม ยกเว้นให้มีบุคคลพิเศษในสังคม....


ก่อนอื่นต้องทำความ เข้าใจของคำว่า ระบอบเสียก่อน ไม่ต้องตีความเพราะเป็นความหมายพื้นๆ.....

ที่ตั้งระทู้ ไม่มีอคติ แต่ต้องการ วิจารณ์ ระบอบที่มีบทบาทส่วนหนึงที่ มีความผูกพันกับประชาชนคนใทย ตั้งแต่ เกิดจนตาย คือพอเกิดมาต้องผูกพันกับระบอบ ของรัฐ อันที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทันที

ไม่ได้ต้าน แต่ระบอบ มันดำรงค์อยู่จริง แต่ไม่ค่อยมีใคร ออกมาเสนอความจริง มันก็แปลกความจริง ความบกพร่องทางสังคมบางอย่าง ไม่มีใครออกมา แฉเพราะมันมีกฎหมาย ห้ามแฉความจริง

ไม่ใช่ดื้อรั้นโดยไม่มีเหตุผล คนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกที่มีตัวตนและมีความเท่าเทียมและมี ศักดิศรี ความเป็นมนุษย์เท่ากัน

ปฎิญญาสากล ว่าด้วยพันธกรรมของมนุษย์และสิทธิของมนุย์ ในการประชุม ยูเนสโก้การประชุมสามัญ เมื่อ 11พย 2540 ว่าด้วย จริยธรรมสากล un universal ethic ต้องเป็นธรรมในทางสากลอิสระภาพ independence and equality หรือคุณไม่ต้องการสิ่งนี้


สังคมที่สมบูรณ์ แห่ง freedom หรือไม่ให้ลงโทษสิ่งที่เลวร้าย ความที่กำหนดไว้ในจริยธรรมศาสตร์สากล เรามีสิทธิในร่างกายและชีวิตของเราเองเพราะถ้าบางคน มีสิทธิควบคุมผู้อื่น เป็นการฝ่าฝืนกฎของธรรมชาติของมนุษย์


นี้คือเนื้อหาสาระของประชุมบางส่วนที่เอาให้ดู รัฐธรรมนูญ กฎ หรือกฎหมาย ต้องปรับให้ไปกันได้กับทางสากล ไม่มีข้อยกเว้นในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประคมของโลก ให้ทันและพัฒนาไปกับ อารยธรรมของโลกหรือคุณไม่ต้องการมัน

หรือเอาประเทศพม่ามาเปรียบเทียม ก็แล้วแต่จะคิด เป็นสิทธิของคุณและไม่คิดล้ม สภาบันฯอย่างที่เข้าใจด้วย เป็นการเอาวิชาตำราที่เรียนมาเปรียบเทียบในความเป็นจริง ว่าด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อยกเว้นและไม่มีใครอยู่เหนือ อธิปไตย และกฎหมายแห่งชาติ และเลือกปฎิบัติให้ อภิสิทธเหนือชนชั้นใด ภายใต้กฎของประเทศเดียวกัน

ถ้ามาอ้างว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขก็ต้องแสดงว่า ประเทศไทยมี สอง รัฐธรรมนูญ

หนึ่งใชักับกษัตริย์

สองใช้กับประชาชนธรรมดา

ชึ่งมันก็มีอยู่จริงในปัจจุบัน และเป็นธรรมจริงหรือมันเป็นกฎ ยกเว้น ให้เอกชน ชั้นหนึ่ง มาคุกคาม ชนอีกชั้นหนึ่ง

ว่าด้วยกฎหมายหมิ่นมันขัดแย้งกับหลักรัฐธรรมนูญ อย่างชัดแจ้ง "ประชาชนมีความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย" แต่ไทยเรา ไม่มองว่าเรื่อนี้มันผิด

กฎ law ของการขี้โกง เปิดทางให้ใครก็ได้ฟ้องร้องต่อ กรณีหมิ่นกษัตริย์ ชั่งเป็นการเมือง ที่เอามาเล่นเกม คุกคามประชาชน

เหตุผล reason ที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีความ เสมอภาคequalityเอาประชาธิปไตย ถอยหลังลงคลอง ปล่อยให้ระบอบชนชั้น ยิ่งห่างออกไป ซึ่งนี้คือผลเสีย

ยกฐานะ ชนกลุ่มน้อยของประเทศ มาควบคุมคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นวัฒนธรรมการเมืองที่ล้าหลัง และเบียดเบียนคนส่วนใหญ่

ไม่มีใคร วิจารณ์ และตรวจสอบได้ ไม่มีกฎหมายลงโทษ เพราะเป็นคนที่วิเศษ ทำผิดอะไร ไม่เป็น

เป็นหนึ่งเดียวแห่งรัฐที่ไม่ตัองการการเป็นความสากล ของกฎหมายเฉพาะบุคคลกลุ่มนี้


ผลประโยชน์ ทางการเมืองและธุรกิจ ขาดความโปร่งใส กฎหมายเข้าไม่ถึงกฎหายเขียนไว้ รับใช้ชนชั้นนี้

การสร้างเครื่องมือ กลไกกฎหมายของรัฐเพื่อให้ตัวเอง เป็น อภิสิทธิชนอยู่ได้นานเท่านาน มีทหารไว้คานอำนาจของประชาชน ข่มขู่


เป็นกฎพิเศษเหนือกฎหมายทั้งปวงที่ไม่มีความยุติธรรม และไม่มี มนุษยธรรมและลิดรอน สิทธิเสรีภาพ ของผู้อื่น โดยเจตนาและบิดเบือน โดยอ้าง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มี สอง ฉบับ ดังที่กล่าวมาแล้งข้างต้น

วิชากฏหมาย รัฐศาสตร์ เป็นวิชาที่มืการพัฒนาไปข้างหน้าไม่ใช่ ดักดานอยู่กับเรื่องเก่าๆ ไม่ยอมรับความเจริญของสังคม โลกาภิวัตน์...

ช่วยผมตอบที??????


ปล.

ความเสมอภาคทางการเมือง political Equality

ความเสมอภาคทางการเมือง ในหลักของประชาธิปไตย มีข้อระบุทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม ในการใช้ความรู้ ความสามารถ สติปัญญาสูความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาสังคม

ประชาธิปไตยเรียกร้องให้บุคคลควบคุมตัวเอง ให้ประพฤติปฎบัติ อยู่ใต้กฎหมาย ขนนธรรมเนียมที่ดีงาม เช่นไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคลลอื่น (อย่างเช่นกฏหมาย หมิ่นฯเป็นต้น)

(กฏหมายเบื้องต้น)


บหค02

ที่มา : กระดานสนทนา "ฟ้าเดียวกัน" : บทบาท ของระบอบกษัตริย์ ที่คุกคามประชาชน, ว่าด้วย สัจธรรม


เพิ่มเติม

หนึ่งในความเห็นของกระทู้นี้

โดย.ผักกาดดอง


ศักดินา ในประเทศไทย คุกคาม ประชาชน อย่างแน่นอน


1
คุกคามสิทธิและเสรีภาพในการ “ใส่เสื้อ”

มีช่วงนึง...ที่คนไทย ไม่มีสิทธิเลือก สีเสื้อ ที่จะใส่ได้โดยเสรีต้องใส่เสื้อสีเหลือง สีดำ (แต่ล่าสุด สีชมพู ไม่ค่อยมีคนใส่แฮะ สงสัยตาสว่างกันหมดแล้ว)เสื้อเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์ ของความจงรักภักดี การสำนึกในบุญคุณคน การตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณท่วมหัว แสดงว่าคนๆ นั้นคือคน ดี หรือไม่ รักพ่อหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเลวแค่ไหน

เพียงแค่คุณใส่เสื้อเหลือง คุณก็จะ ดูดี ขึ้นมาทันตาเห็น ในสายตาคนทั่วไป และแม้ว่า คุณเป็นคนดี ทำความดีมาตลอดทั้งชีวิต แต่ถ้า...คุณ ไม่ใส่เสื้อเหลือง อาจไม่มีใครตำหนิคุณโดยตรง แต่...รู้กันดีว่า ต้องมี บางคน ตำหนิคุณอยู่ในใจ หรือมองคุณแปลกๆ ว่าทำไม คุณไม่ใส่เสื้อเหลืองในเมื่อ คนอื่นเค้าใส่เหมือนกันหมด สงสัยว่า....คุณเป็นคอมมิวนิสต์ หรือไม่? หรือว่าคุณไม่รัก “พ่อ”?คุณคิดล้มล้างสถาบันหรือไม่? ดังนั้น...เพื่อเลี่ยงข้อสงสัยต่างๆ คุณจึงต้องใส่เสื้อเหลืองโดยเฉพาะงานที่เป็นทางการ หรืองานที่เกี่ยวกับจ้าว คุณจึงไม่มีสิทธิที่จะใส่เสื้อสีอื่น

เช่นเดียวกับ เมื่อมี “คนตาย” ทุกคนในประเทศไทยต้อง ใส่เสื้อสีดำ ใครไม่ใส่ ถูกมองด้วยสายตำหนิแม้ว่าคนๆ นั้นจะไม่รู้จักคุณ แต่คุณจะถูกคนรังเกียจได้ เพียงแค่ไม่ใส่เสื้อสีดำ เพื่อไว้ทุกข์ ให้พี่สาวของเขา

และต้องยกเลิกงานรื่นเริง เลื่อนงานออกไป มันจะทำให้ เขา ฟื้นขึ้นมาหรือก็เปล่าทั้งที่หลายงานวางแผนล่วงหน้ามาปี มีกำหนดการเรียบร้อย แต่จัดไม่ได้ ต้องเศร้าโศกห้ามยิ้ม ห้ามหัวเราะ งดรายการตลก ทีวีต้องเป็นขาวดำ หรือสีซีดๆ เรียกว่า คุกคาม หรือไม่เพราะหลายคนอึดอัด หงุดหงิด กับวิธีการไว้ทุกข์นี้มาก ทำได้แต่ไปโพสในเว็บแถมโพสแล้ว ยังโดนลบกระทู้ โดนแบนล็อกอินอีก ...


2
การคุกคามทางด้านความคิด และการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ

การคิดค้นพัฒนาสิ่งต่างๆ ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงไปสู่ จ้าว ให้จ้าวคือผู้มีบทบาทสำคัญ และอาจะใส่ชื่อว่าจ้าวเป็นคนคิดค้นขึ้น การให้รางวัล ก็มอบให้แด่จ้าวเพื่อแสดงว่าหน่วยงานของตนนั้นเชิดชูจ้าว ซึ่งคนจัดงานอาจได้คุณความดี ยศขั้นตำแหน่งจากยกย่องเชิดชูจ้าวนั่นเอง อาทิเช่น...

ด้านดนตรี เมื่อจัดงานที่เกี่ยวกับดนตรีในประเทศไทย คนไทยที่อัจฉริยะ หรือมีความพยายามสร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้ จริง จะไม่ได้รับการยกย่อง แต่ยกย่องจ้าว ให้รางวัลจ้าวแทน

ด้านนวัตกรรม เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าจะกี่ปี กังหันสมชายพัฒนา ก็จะถูกยกย่องว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรม อยู่ร่ำไป ทั้งๆ ที่มีรางวัลระดับโลกอื่นๆ ที่เด็กไทย คนไทย ไปชนะรางวัลระดับโลกมามากมาย เป็นเรื่องน่าเศร้า

และด้านอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน เกือบทุกโครงการในประเทศไทย ที่ประชาชนธรรมดา ที่มีความสามารถ ไม่ได้รับการยกย่อง เพื่อเป็นตัวแทนของความสำเร็จ หรือเป็นแบบอย่างเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ วิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อให้คนอื่นๆ ทำตาม แต่หน่วยงานต่างๆ กลับไปยกย่อง อัจฉริยะภาพจอมปลอม ของจ้าวแทน ทำให้คนเก่งในเมืองไทย มีน้อย หมดกำลังใจ ไม่มีแรงจูงใจที่จะทำ เพราะ...ทำไปก็ไม่ได้อะไรแต่ก็ยังดี ที่มีคนไทยเก่งๆ ให้เห็น อยู่บ้าง

และในเรื่องอิสระในความคิด ถ้าคุณเป็นตัวของตัวเองมาก คุณมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของจ้าวคุณจะโดนประณาม โดนด่าว่า หรืออาจไม่เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานอีกเลยก็เป็นได้ หากคุณไปวิจาณ์ว่ากังหันของพ่อ ไม่ดี โครงการฝนเทียมเป็นการสิ้นเปลือง หรือว่ามูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมทำให้ประสิทธิภาพของครูในโรงเรียนห่วย เพราะไม่ต้องมีความรู้มาสอนเด็ก แต่ให้เรียนกับครูตู้ ฯลฯ

ซึ่งถ้าโครงการเหล่านี้ คนต่างก็เอาไปยกย่องเชิดชูจน เกินจริง แต่...วิจารณ์ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ยกเลิกไม่ได้ เพราะเป็นโครงการ ของจ้าว คุณไม่มีสิทธิที่จะวิจารณ์ ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดีอย่างไร


3
การเรียกร้องบุญคุณของจ้าว คุกคาม “เงินในกระเป๋า” ของประชาชน

เพราะต้องซื้อสินค้าเพื่อแสดงความจงรักภักดี หลายๆ ครั้ง ถึงกับโดนบังคับ บีบคอ ให้ซื้อ โดยเฉพาะเวลาที่ เกณฑ์ดารานักร้องมารณรงค์ขายของ ที่มีคำว่า “พอเพียง” รายการ พ.ศ.พอ... เอาสายข้อมือไปขาย ชุดละ 100 บาท สำหรับเด็กนักเรียน พ่อค้าแม่ค้าหาเข้ากินค่ำนั้นเงิน 100 บาทมีค่ามาก แต่ต้อง “ควัก” ออกมาซื้อสายข้อมือเหลืองนี้ เพื่อแสดงว่าตัวเองพอเพียง???????, ต้องแสดงความจงรักภักดีด้วยการใส่เสื้อเหลือง, และสายข้อมือเหลือง เพื่อแสดงความสำนึกบุญคุณ , ต้องใส่เสื้อสีชมพู เพื่อเป็นการเสริมอายุเพื่อสมชายอายุยืน และสินค้าอื่นๆ ที่มีชื่อจ้าวติดอยู่


4
สิทธิในการดูรายการต่างๆ

รายการสารคดี ชีวิตจ้าว มีประโยชน์อันใด ที่เอามาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งเวลาในการออกอากาศ หรือสิทธิที่จะได้รับสื่อที่มีสาระเพื่อให้เด็กในประเทศมีพัฒนาการ จากรายการต่างๆ แต่กลับกลายเป็นรายการจ้าว เมื่อสารคดีจ้าวมาเมื่อไหร่ ต้องบิดช่องหนีทันที ไม่รู้ว่าเรียกว่าเป็นการคุกคามหรือเปล่า


5
สิทธิในการนั่งหรือยืน และการแสดงความเคารพ

คุณไม่มีสิทธิ และเสรีภาพ ที่จะนั่งตามสบาย เมื่อมีเพลงหนึ่งถูกเปิดขึ้นในโรงหนังเมื่อจ้าวเดินมา คุณต้องพนมมือไหว้ โดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ(แม้แต่ “พระ” ก็ยังต้องไหว้สมชาย ล่าสุด เห็นสมชายคุยกับพระ พระต้องพนมมือไหว้สมชาย?)หรือ คุณต้องกราบแทบเท้า เมื่อคุณรับของจากจ้าวฯลฯ


และข้ออื่นๆ ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่แสดงว่าจ้าว มีสิทธิ
“เหนือชีวิต” คุณ

คุณไม่มีสิทธิเลือก เมื่ออยู่เมืองไทย


...................

หมายเหตุ
การเน้นข้อความบางส่วนทำโดยความเห็นของผู้จัดเก็บบทความ

5 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Long live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the KingLong live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the KingLong live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the KingLong live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the King
Long live the King

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าคุณคิดว่าแตกต่าง...คุณก็ย้ายสํามะโนประชากรไปอยู่ต่างประเทศก็สิ้นเรื่อง หรือว่าจะไปขอ กรีนการ์ด บลูการ์ด หรือ แดงการ์ด ไปอยู่ประเทศอื่น ที่พวกคุณชอบก็ได้..ทําไมต้องทนอยู่ด้วย..ในเมื่อประเทศนี้ เมืองนี้ เค้าปฏิบัติเยี่ยงนี้มาเป็น ร้อย ร้อย ปีแล้ว...บางที่อาจจะนานกว่าโคตรเหง้า ศักราช ของต้นตระกูลคุณซะอีกนะขอให้เข้าใจไว้ด้วยนะคับ...

worawat กล่าวว่า...

เหตุผลที่ให้มาทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ถูกต้องก็จริง แต่ในแง่ด้านจิตใจนั้นไม่ได้นำมาวิเคราะห์ด้วย ยกตัวอย่าง พ่อแม่เราให้กำเนิดท่านจะตอบแทนด้วยตัวเงินเท่านั้นแล้วด้านจิตใจหล่ะ

เหตุผลที่ยกขึ้นมาทั้งหมดนั้น มิได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปทั้งหมด เรามีแผ่นดินนี้อยู่ก็เพราะใคร.. แล้วท่านจะทดแทนบุญคุณนี้อย่างไร ..

worawat กล่าวว่า...

เหตุผลที่ให้มาทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ถูกต้องก็จริง แต่ในแง่ด้านจิตใจนั้นไม่ได้นำมาวิเคราะห์ด้วย ยกตัวอย่าง พ่อแม่เราให้กำเนิดท่านจะตอบแทนด้วยตัวเงินเท่านั้นแล้วด้านจิตใจหล่ะ

เหตุผลที่ยกขึ้นมาทั้งหมดนั้น มิได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปทั้งหมด เรามีแผ่นดินนี้อยู่ก็เพราะใคร.. แล้วท่านจะทดแทนบุญคุณนี้อย่างไร ..

worawat กล่าวว่า...

เหตุผลที่ให้มาทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ถูกต้องก็จริง แต่ในแง่ด้านจิตใจนั้นไม่ได้นำมาวิเคราะห์ด้วย ยกตัวอย่าง พ่อแม่เราให้กำเนิดท่านจะตอบแทนด้วยตัวเงินเท่านั้นแล้วด้านจิตใจหล่ะ

เหตุผลที่ยกขึ้นมาทั้งหมดนั้น มิได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปทั้งหมด เรามีแผ่นดินนี้อยู่ก็เพราะใคร.. แล้วท่านจะทดแทนบุญคุณนี้อย่างไร ..