วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2551

ไลอ้อนคิง กับประชาธิปไตยในดินแดนผาทรนง


เรื่องราวเกิดขึ้นตอนต้นฤดูฝน เมื่อตอนรุ่งเช้าที่สดใสในป่าลึกผืนใหญ่เป็นที่ตั้งของดินแดนผาทรนงที่มีหน้าผาโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ พรรณดอกไม้ป่าหลากหลายสีชูช่อบานสะพรั่งรับแสงแดดของอรุณรุ่งเมื่อดวงตะวันโผล่ขึ้นเหนือขุนเขา หมอกควันยามเช้าเลื่อนไหลไปกับขุนเขาอันสลับซับซ้อน

ในอาณาเขตของสิงโต "พูซาฟา" ซึ่งมันครองความเป็นใหญ่ปกครองบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่มอบชะตากรรมของพวกมันไว้กับสิงโตด้วยความเชื่อกันว่า สิงโตคือสัตว์ที่มากล้นด้วยอำนาจ เป็นที่น่าเกรงขามในบรรดาสัตว์ทั้งปวง บรรดาสัตว์เล็ก สัตว์น้อยต่างพากันนอบน้อม และหาอาหารทุกชนิดมามอบให้สิงโตด้วยความเต็มใจ และเชื่อว่าสิงโตจะนำความสุขความเจริญมายังผืนป่าอาณาเขตของพวกสัตว์ทั้งหลาย

บัดนี้สิงโตพูซาฟา ครองอำนาจเจ้าป่ามาครบ 10 ปี นับได้ว่ายืนยาวนานกว่าสิงโตตัวอื่นๆ ที่เคยครองความเป็นเจ้าป่าในดินแดนแห่งผาทรนงมาก่อนและยังถือได้ว่าสิงโตพูซาฟามีอายุยืนเฉลี่ยสูงกว่าอายุขัยของสิงโตทั่วไป เพราะสิงโตทั่วไปนั้นมีอายุประมาณ 10-14 ปี เท่านั้น

เหล่าสรรพสัตว์มาร่วมแสดงความยินดีที่พูฟาซาได้ครองอำนาจยาวนานถึง 10 ปีเต็ม สิงโตพูซาฟา ก้าวมายืนชูคอตะหง่านอยู่ที่ผาทรนง เบื้องล่างของมันยังมีพวกหมาป่า หมาใน เข้าแถวร่วมแสดงความยินดีสำหรับการฉลองครบรอบสิบปีของพูซาฟา วันนี้ทุ่งดอกไม้ทานตะวันชูช่อรับแสงแดดยามเช้าสีเหลืองอร่ามงดงามตายิ่งนัก

ย้อนหลังไปเมื่อสิบปีที่แล้ว พูซาฟา สืบทอดอำนาจเจ้าป่ามาได้ด้วยการวางแผนลอบสังหารสิงโต สการ์ ผู้เป็นพี่ชายขณะที่สการ์นั้นกำลังนอนหลับอยู่ ภายหลังจากการลอบฆ่าพี่ชายของมัน มีแพะ 3 ตัวถูกนำไปประหารชีวิต เพื่อกลบเกลื่อนการลอบฆ่าที่เกิดขึ้น หัวหน้าหมาป่าที่มีอำนาจรองมาจากเจ้าป่าในขณะนั้น พยายามจะสอบสวนหาความจริงจากการเหตุการณ์ลอบฆ่าสิงโตสการ์ แต่เจ้าพูซาฟา ได้สมคบกับหัวหน้าฝูงหมาป่าอีกตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลกองกำลังทหารผู้พิทักษ์อาณาจักรผาทรนง ยึดอำนาจเด็ดขาดทั้งหมด สิงโตฟูซาฟาสมคบกับหัวหน้าฝูงหมาป่าตัวนั้น ทำการปกครองอาณาจักรผาทรนงด้วยความเป็นเผด็จการ ทำการกวาดล้างพวกสัตว์ที่เป็นปรปักษ์ออกให้หมดไปจากอาณาเขตผาทระนง โดยที่ไม่มีใครได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเลย

สิงโต เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ชนิด Panthera leo ในวงศ์ Felidae เป็นเชื้อสายวงศ์เดียวกับแมว ขนาดไล่เลี่ยกับเสือโคร่ง ตัวสีน้ำตาล ไม่มีลาย ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีขนสร้อยคอยาว ขนปลายหางเป็นพู่ ชอบอยู่เป็นฝูงตามทุ่งโล่ง มีน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม (550 ปอนด์) ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า มักทำหน้าที่ล่าเหยื่อ มีน้ำหนักประมาณ 180 กิโลกรัม (400 ปอนด์) เสียงคำรามของมันดังมากได้ยินไปไกล มีนิสัยชอบอยู่เป็นฝูงตามทุ่งโล่ง ขนาดของฝูงขึ้นอยู่กับปริมาณของเหยื่อ ถัาเหยื่อมีมากและขนาดใหญ่มากและขนาดของ

เหยื่อใหญ่ก็จะอยู่รวมกันเป็นฝูง นิสัยของมันไม่กล้าหาญนัก ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนพักผ่อน ล่าเหยื่อเมื่อหิวหน้าที่ล่าเหยื่อจะเป็นของตัวเมียเป็นส่วนใหญ่ มันชอบกินซากสัตว์ที่เน่าแล้วด้วย ตัวผู้ล่าเหยื่อไม่เก่งและมักจะอยู่หลังฝูงเสมอ ลักษณะการล่าเหยื่อของมันมีหลายวิธี เช่น ซุ่มซ่อนตัวตามพุ่มไม้สูงๆ การล่าเหยื่อทั้งแบบไล่เดี่ยวและเป็นกลุ่ม ฯลฯ แต่ไม่ว่าวิธีใดก็ตามมันจะพยายามเข้าไปใกล้เหยื่อให้มากที่สุดก่อนที่จะกระโดดเข้าตะครุบเหยื่อหรือออกล่าเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อมีเวลาหนีน้อยที่สุด เพราะสิงโตจะวิ่งได้เร็วในช่วงสั้นๆเท่านั้น

สิงโตกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร มันกินสัตว์ได้แทบทุกชนิด เช่น กระต่าย ไก่ป่า จระเข้ ลิง เม่น กวาง ม้าลาย ควายป่า เป็นต้น แม้แต่ซากสิงโตด้วยกันเองก็กิน ลูกสิงโตที่อ่อนแอจะถูกกินเพื่อให้ตัวที่แข็งแรงกว่าได้อยู่รอด

สิงโตพูซาฟา รู้ดีว่าสักวันหนึ่งอำนาจของความเป็นเจ้าป่าของมันจะต้องหมดไปตามกาลเวลา มันจึงต้องหาทางทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในอาณาจักรผาทรนงยอมรับนับถือ ในอดีตกาล สิงโตเป็นสัตว์ล่าเหยื่อที่น่าเกรงขาม ไปไหนมาไหน สัตว์เล็ก สัตว์น้อยต้องหลบหลีกทางให้มันเยื้อย่างหรือกระโจนไปมาโดยสะดวก มันรู้ดีว่าบัดนี้มีพวกหมาป่าและหมาในต่างใช้ความพยายามในการเข้ามามีอำนาจปกครองในอาณาจักรผาทรนงมากขึ้น มันจึงต้องทำให้ตัวเองไม่เพียงแต่น่าเกรงขามแต่ยังต้องเป็นที่เคารพ หรือเป็นที่ยอมรับนับถือจากสรรพสัตว์ทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในเขตป่าลึกแห่งนี้ มันทุ่มเททุกอย่างในการสร้างภาพพจน์ว่ามันเป็นสิงโตในแบบอย่างแบบใหม่ที่ไม่เหมือนสิงโตตัวใดที่หลงเหลืออยู่ในโลกทุกวันนี้

สิงโตตัวนี้ได้อาศัยพวกหมาป่าคอยออกล่าเหยื่อแทนมัน แล้วนำเหยื่อมามอบเป็นอาหารให้กับมัน ทั้งสิงโตและหมาป่าจึงผนึกกำลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จากนั้นสิงโตจะออกไปพบปะกับสัตว์ทั้งหลายมอบเศษอาหารให้กับสัตว์ที่อดอยากหาอาหารเองไม่ได้ ทำให้สัตว์ทั้งหลายพากันนับถือสิงโตพูซาฟา หลงเชื่อว่าหากผืนป่าแห่งนี้ปราศจากเจ้าป่าสิงโตพูซาฟาตัวนี้แล้ว อาณาจักรผาทรนงคงจะถึงกาลพินาศ สิงโตพูซาฟา ยังได้ให้หมาป่า ผู้เฒ่าปรามิกิ ที่ปรึกษาประจำของสิงโตพูซาฟา ทำหน้าที่ควบคุมอำนาจประจำผาทระนง คอยกำกับดูแลหัวหน้ากองกำลังหมาป่าให้คอยปกป้องค้ำจุนผาทระนง คอยควบคุมกำกับพวกหมาในให้อยู่ภายใต้การกำกับของหมาป่า หมาป่า ผู้เฒ่าปรามิกิ เป็นหมามีอารมณ์ดี พูดน้อยและยังมีอำนาจลึกลับอีกด้วยเพราะสามารถกุมกองกำลังมหาป่าฝูงใหญ่ได้ เป็นหมาป่าที่ไม่เคยรู้สึก ว่าตัวเองจะแก่ตามอายุจึงยังคงแข็งแรงอยู่เสมอ มักจะพาร่างอันชราภาพไปปรากฏกายตามที่ต่างๆเที่ยวสั่งสอนสัตว์ทั้งหลายให้ยอมรับอำนาจของเจ้าป่าสิงโตพูซาฟา และยังทำหน้าที่ป่าวประกาศความยิ่งใหญ่ของสิงโตฟูซาฟาเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายหลงเชื่อว่า สิงโตพูซาฟานั้นเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดจะขาดเสียไม่ได้ในอาณาจักรแห่งนี้

หลังการปกครองด้วยอำนาจเด็ดขาดของพวกหมาป่าที่มีพูซาฟาเป็นเจ้าป่าอยู่นั้น ดินแดนแห่งผาทรนงต้องพบกับความลำบากแร้นแค้นมากยิ่งขึ้น น้ำในลำธารแห้งเหือดหายไป ต้นไม้ถูกลอบตัดโค่นทิ้ง ขุนเขาเริ่มโล่งเตียน ผืนดินแห้งแล้งแตกระแหง ดอกไม้หลากหลายสีหายไปในทุ่งใหญ่ เหลือไว้แต่เพียงดอกไม้ทานตะวันสีเหลืองที่แผ่กระจายไปทั่วอาณาเขต อาหารเริ่มมีน้อยลง สัตว์ป่าทั้งหลายพากันหิวโซ บ้างก็ล้มตายจำนวนมาก

วันหนึ่งฝูงนกพิราบแห่งดินแดนท่าพระจันทร์ ใกล้กับลำธารใหญ่ รู้สึกอึดอัดกับพวกหมาป่าที่ปกครองอาณาเขตผาทรนง พวกมันเห็นว่าท้องฟ้าที่พวกมันเคยโบยบินนั้นเริ่มคับแคบ ทำให้พวกนกพิราบไม่อาจโบยบินได้อย่างอิสรภาพ จึงพากันกระพือปีกชุมนุมประท้วงและเรียกร้องให้สัตว์ทั้งหลาย ออกมาร่วมกับพวกนกพิราบ เพราะไม่ต้องการให้หมาป่าครองอำนาจ พวกนกพิราบถูกป้ายสีว่าเป็นพวกที่ต้องการโค่นอำนาจสิงโตพูซาฟา นกพิราบฝูงนี้จึงถูกพวกหมาป่าและสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายเข้ามาเข่นฆ่า มีทั้งจับไปหักปีกจนบินไม่ได้ จับเอาไปเผา เอาไปแขวนคอ ทุบตีด้วยท่อนไม้ นกพิราบเหล่านี้ตายไปมากกว่า ร้อยชีวิต ท่าพระจันทร์เจิ่งนองไปด้วยเลือดและร่างอันไร้วิญญาณของพวกนกพิราบเหล่านี้ ที่เหลือชีวิตอยู่พากันบินหนีไปอยู่ในเขตป่าลึกด้วยความคับแค้นใจ

ดินแดนแห่งผาทรนงไม่อาจอยู่กันได้ด้วยความสงบสุขกันอีกต่อไป หลังจากพวกหมาป่าครองอำนาจการปกครองรองลงมาจากเจ้าป่าสิงโตพูซาฟา พวกหมาในอีกฝูงหนึ่งก็พยายามจะเข้ามาแย่งยึดอำนาจ การเมืองในอาณาจักรผาทรนงจึงยุ่งเหยิง สับสน วุ่นวาย ส่วนนกพิราบหลังจากมันเข้าป่าลึกไปแล้วก็ผิดหวังกับการไปหลบอยู่ในเขตป่าลึกจึงพากันออกมามอบตัวให้กับพวกหมาป่า บ้างก็เข้ากับพวกหมาในจนได้เป็นใหญ่เป็นโตไปกับพวกหมาในด้วย บ้างก็พากันไปเข้าพวกกับสิงโตพูซาฟา แต่ก็มีนกพิราบอีกหลายตัวที่คิดจะล้างแค้นจากเหตุการณ์สังหารหมู่นกพิราบที่ดินแดนท่าพระจันทร์

สิงโตพูซาฟา ให้กำเนิด ซิมบ้า ลูกสิงโตตัวผู้ และหวังว่าในวันข้างหน้าซิมบ้าตัวนี้จะสืบทอดอำนาจเจ้าป่าของมันต่อไป แต่ซิมบ้าตัวนี้กลับกลายเป็นเจ้าซิมบ้า ผู้คลั่งใคล้เอาแต่จะสมสู่กับสิงโตสาวสวย แม้ว่าเจ้าซิมบ้าจะถูกจับให้มันผสมพันธ์กับซาล่า สิงโตพันธ์แท้แห่งผาทรนง แต่มันยังเปลี่ยนใจหันกลับไปหาสิงโตกลายพันธ์ เป็นเหตุให้เจ้าพูซาฟานั้นกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนระยะหลังทั้งหมาป่าและหมาในนั้นทะเลาะกันมากยิ่งขึ้น หลังจากฝูงหมาในแก๊งค์ไทษีนาแห่งสุสานหนองงูเห่า ได้ครองอำนาจบาตรใหญ่จนสามารถลดทอนอำนาจของพวกหมาป่าไปได้ พวกหมาในอยู่ในอำนาจได้ไม่นานเจ้าสิงโตจึงต้องสมคบกับพวกหมาป่าคิดกำจัดหมาในให้หมดไป และไม่อาจยอมให้พวกหมาในอยู่ร่วมกันกับสิงโตในอาณาจักรผาทรนงได้อีกต่อไป เจ้าพูซาฟาจึงสมคบกับพวกหมาป่า วางแผนให้พวกลิง ค่าง กิ้งก่า กิ้งกือ และหมาเฝ้าบ้าน พันธ์เจ๊ก แห่งท่าพระอาทิตย์ ขนเกรียน เห่าเสียงดัง ก่อความวุ่นวายขึ้นในดินแดนผาทรนง ทำการปลุกระดมต้อนให้พวกกระทิงตกอกตกใจ พากันวิ่งฝูงใหญ่ และให้ปรามิกิ หมาป่าผู้เฒ่า ออกเดินสายบอกให้พวกหมาป่าก่อการกบถ เข้ามายึดอำนาจจากพวกหมาในตั้งข้อกล่าวหาว่าหมาในโกงกิน สร้างความแตกแยก และพุดจาหยามหมิ่นสิงโต พากันขับไล่หัวหน้าฝูงหมาในออกไปตัวหนึ่ง จนต้องระเหเร่รอ่นไปอยู่ดินแดนอันไกลโพ้นไม่อาจหวนกลับมาที่ผาทรนงได้อีก ต้องปล่อยให้พวกหมาป่าครองอำนาจกันต่อไป

สิงโตในอดีตกระจายอยู่ตามทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก มีสายพันธุ์มากมาย แต่ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

ปัจจุบันพบเพียงแค่ในทวีปอัฟริกา ในทวีปเอเชียบางส่วน และที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างติดชายแดนพม่า เนื่องจากสัตว์ส่วนใหญ่นั้นเริ่มตระหนักดีว่า การมีเจ้าป่าเพียงตัวเดียว ปกครองพวกสัตว์ทั้งหลายนั้นกลายเป็นสิ่งล้าหลัง พวกมันต้องการมีส่วนร่วมและต้องการอำนาจการปกครองที่ถือได้ว่าเป็นการปกครองของพวกสัตว์ โดยพวกสัตว์และเพื่อสัตว์ทั้งหลาย หรือเป็นระบอบการปกครองที่พวกมนุษย์มักจะเรียกกันว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยนั่นเอง

นับวันสัตว์ทั้งหลายเริ่มที่จะปฏิเสธความเชื่อที่ว่า สิงโตคือราชาแห่งสัตว์ป่าทั้งปวง ด้วยเพราะเหตุที่ สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดมามีคุณค่าที่เท่าเทียมกันเพราะสัตว์ทุกชนิด ต่างเกิดมาทำหน้าที่ในลักษณะที่เกื้อกูลต่อกัน พวกสัตว์ต่างๆเหล่านี้ต่างพากันเพรียกหาความเสมอภาคเท่าเทียมอันเป็นเนื้อหาสำคัญของการปกครองแบบประชาธิปไตยที่พวกมันได้ยินมาจากพวกมนุษย์ พวกมันจึงไม่ยอมให้สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งสถาปนาความเป็นเจ้าป่า มีอำนาจบารมีหรือเป็นสัตว์อภิสิทธิ์เหนือพวกมันอย่างเด็ดขาด ในดินแดนหลายแห่ง สิงโตนั้นสูญพันธ์ไปก่อนสัตว์ประเภทอื่นเสียอีก ที่หลงเหลืออยู่ถูกจับขังกรงในสวนสัตว์ไว้ให้พวกมนุษย์ได้รู้จักสัตว์ประเภทนี้

แต่สำหรับสิงโตเจ้าป่าพูซาฟาและพวกหมาป่า ย่อมจะไม่ยอมให้พวกสัตว์ประเภทใดก็ตามออกมาท้าทายอำนาจของพวกมันได้ ดังนั้นมันจึงสมคบคิดกันยกร่างกติกาขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ปกครองดินแดนผาทรนง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้พวกหมาในและสัตว์ประเภทอื่นๆนั้นได้กลับเข้ามามีอำนาจในดินแดนแห่งผาทรนง และจะไม่ยอมให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคมตามที่สรรพสัตว์ทั้งหลายเรียกร้องต้องการ

นกพิราบปีกหักตัวหนึ่งจึงออกมาตะโกนบอกให้พวกสัตว์ทั้งหลายฟังว่า

“ถึงเวลาแล้วที่พวกเราสรรพสัตว์ทั้งหลายจะได้ช่วยกันโค่นอำนาจของพวกหมาป่า และต่อไปนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆอีกแล้วที่พวกเราจะต้องมีพวกเจ้าป่าสิงโตไว้คู่กับอาณาจักรผาทรนง ทุกวันนี้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ต้องอดอยากยากจนก็เพราะอำนาจการปกครองที่ต้องตกอยู่กับพวกหมาป่าและเจ้าสิงโตพูซาฟา พวกเราต้องการให้สิงโตพูซาฟาและพวกหมาป่าหยุดล่าเหยื่อ หยุดการเข่นฆ่า หยุดทำตัวเป็นเจ้าป่า ยอมลงมาหากิน หาอาหารตามปกติเฉกเช่นเดียวกับสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความอยู่รอดและเพื่อเสมอภาค เพื่อความเท่าเทียมกันของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายในอาณาจักรผาทรนงแห่งนี้ พวกเราต้องการสิทธิเสรีภาพในทุกด้าน ต้องการประชาธิปไตยของหมู่มวลสรรพสัตว์ที่แท้จริง พวกเราไม่ต้องการประชาธิปไตยจอมปลอมภายใต้การกำกับของพวกหมาป่าหรือสิงโตตัวใด ปีกของฉันหักไปข้างหนึ่งจนบินไม่ได้ ฉันขอสู้จนเลือดหยดสุดท้าย ”

พวกเก้ง ชะนี เสือโคร่ง กระทิง เมื่อได้ยินดังนั้นจึงส่งเสียงร้องสนับสนุนด้วยความลิงโลดใจ ดังกึกก้องกังวานไปทั่วขุนเขา เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังมาเยือนอาณาจักรผาทรนงแล้ว เสียงร้องตะโกนโหยหวนดังสะเทือนลั่นไปทั่วทั้งป่าเขา ส่วนพวกกิ้งก่า กิ้งกือ แย้ ตะกวด คางคก จิ้งจก เขียด สัตว์อีกจำพวกหนึ่งพากันออกมาข่มขู่ ส่งเสียงเห่าหอนลั่นไปทั่วอาณาบริเวณ พวกมนุษย์ที่อาศัยอยู่ไกล้ผาทรนงได้ยินกันทั่วถึง จึงพากันทำนายเหตุการณ์ว่า เสียงร้องก้องกังวานของสัตว์เหล่านี้กำลังบ่งบอกให้รู้ว่า คราวนี้ เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว และคงต้องเกิดความรุนแรง กลายเป็นกลียุค และภัยพิบัติที่จะอุบัติขึ้นมาก่อนที่ท้องฟ้าจะสีทองผ่องอำไพ


พีระศักดิ์ ชัยธรรม


หมายเหตุ

หลังจากนิทานเรื่องนี้ตีพิมพ์และจำหน่ายท้องสนามหลวงได้รับความสนใจสั่งซื้อกันจำนวนมาก มีทั้งที่โทรศัพท์มาข่มขู่และที่แจ้งว่าจะดำเนินคดีกับทางสำนักพิมพ์สยามปริทัศน์ บางแผงหนังสือมีทหารเข้าไปขอร้องให้ร้านหยุดการจำหน่าย ดังนั้นสยามปริทัศน์ จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้มาตีเผยแพร่กันเต็มรูปแบบ และขอให้เผยแพร่กันอย่างกว้างขวางต่อไป นอกจากนี้กำลังจัดทำนิทานเรื่องต่อไปอีกคือเรื่องเหี้ยครองเมือง หากท่านใดสนใจจะบริจาคเงินเพื่อจัดพิมพ์เฉพาะเรื่องนิทานนี้ขอให้บริจาคเงินในนามของนามของบริษัทสยามออลเทอร์เนทีฟจำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยไอทีสแควร์


หมายเหตุ

-นกพิราบในนิทานเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องใดๆและไม่รู้จักกับใครในกลุ่มพิราบขาว2006 ที่ไปตะโกนที่สนามหลวงว่า คมช.แปลว่าคน มันชั่ว

- ท่าพระจันทร์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของดินแดนผาทรนง ส่วนท่าพระอาทิตย์ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออก แต่ทั้งสองที่ตั้งอยู่ไกล้กัน

- หนองงูเห่า เป็นพื้นที่หนองน้ำ เต็มไปด้วยงูเห่าจำนวนมาก ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อเดิมของสนามบินสุวรรณภูมิ

- ลักษณะและอุปนิสัยของสิงโตที่บรรยายในเรื่องนี้เป็นความรู้จริง สามารถนำไปเล่าให้เด็กๆฟังได้ ส่วนความรู้เกี่ยวกับหมาป่า และหมาใน เป็นอย่างไรหาอ่านได้จากสยามปริทัศน์ฉบับที่ 3 เดือนมกราคม 2550

- ทรนง บางทีก็เขียนเป็น ทระนง ตามโปรแกรมของคอมพิวเตอร์สะกดคำ ไม่แน่ใจว่าสะกดคำใดถูกต้องกันแน่ ใครมีความรู้ช่วยด้วย ส่วนสิงโต นั้นครั้งแรกเขียนออกมาว่า สิงห์โต แต่ระบบคอมพิวเตอร์ทำการสะกดอัตโนมัติเป็น สิงโต ในบทความนี้จึงยอมทำตามการโปรแกรมสะกดคำของคอมพิวเตอร์


ที่มา : บอร์ดเก่าฟ้าเดียวกัน : เมื่อ 2007-06-18 : กระทู้ ไลอ้อนคิง กับประชาธิปไตยในดินแดนผาทรนง

ปล.
การเน้นข้อความทำโดยความเห็นของผู้จัดเก็บบทความ

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไอ้สัตว์นรก พ่อแม่มึงอพยพมาจากดินแดนป่าเถื่อนที่ไหนหรือ ที่นี่คือแผ่นดินไทย หรือพ่อแม่บรรพบุรุษมึงสู้รบกอบกู้มาเอง ถึงมาแสดงใหญ่ ดูถูกสถาบันอย่างสถุนเช่นนี้ ดีแต่เขียนอยู่บนเว็บไซต์นี้ คนอย่างมึงออกมาทำประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองนี้บ้าง ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ใจสัตว์ อย่างมึงก็ทำได้แค่เล่านิทานโดยใช้สัตว์เปรียบเทียบแค่นี้แหละ อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความจริงเป็นไหมไอ้บัวใต้ตมหินทับ มึงคงเป็นคนไมมีศาสนา ช่วยขนรกรากโคตรเง่ามึงออกไปจากแผ่นดินนี้แน่จริงเก่งนักไปหาแผ่นดินใหม่กลบหน้า อย่าอยู่บนแผ่นดินนี้ที่พระมหากษัตริย์เอาเลือดเนื้อแลกมา มึงไม่มีสิทธิ์ ขอสาปแช่งอย่าได้มีผู้เป็นมนุษย์ตนใดสมสู่กับมึงให้เกิดลูกหลานเดรัจฉาน สืบต่อจิตวิญญาณเยี่ยงสัตว์นี้อีก ขอให้บาปกรรมได้สนองให้มึงและญาติวงศ์ของมึงทุกชั่วโคตรไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ไร้แผ่นดินกลบหน้า ขอให้ถูกเหยียบย่ำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ตกไปอยู่ในนรกภูมิชั่วกัปชั่วกัลป์

ศึกษาต่ออเมริกา กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ