Hello ! Siam.

มนุษย์มีเสรีภาพเท่าเทียมกันทุกคน และ อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย..

ความในใจ..

ความในใจ..
ฉันแค่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาทำ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มันทำให้ฉ้นเห็นสิ่งที่ฉันไม่คิดว่า จะเกิดขึ้นในเมืองไทยอีก และจากเหตุการณ์นี้ คนๆ นั้นไม่ออกมาปกป้องประชาชน ของเขา มันเลยทำให้ฉันคิด พอฉันคิดฉันก็ต้องศึกษา พอฉันศึกษา ฉันถึงได้หลุดออกมาจาก โลกแห่งมายา ที่แสนหลอกลวง...

บล็อก

ห้องเก็บเอกสาร
และบทความ
ตามความสนใจศึกษา
ของข้าพเจ้า...

ขอขอบคุณเปนอย่างสูง
ต่อท่านเจ้าของ บทความ และเอกสารมา ณ ที่นี้

เจ้าน้อย ณ สยาม

Locations of visitors to this page

ข่าววันนี้...

TaninRadio.

NewSkyThai..

By ช ม ร ม ฟ้ า ใ ห ม่

กระดานฝากข่าว


สยามประเทศ..

  • ▼ 2008 (256)
    • ▼ ตุลาคม (3)
      • วิธีเล่นเกมส์แบบ XXX
      • ทุกสถาบันสาธารณะของไทยล้มเหลวในการปกป้องประชาธิปไต...
      • ตราบเท่าที่ XXX ยังสนับสนุนพันธมิตร พันธมิตรไม่มีว...
    • ► กันยายน (6)
      • การสถาปนาพระราชอำนาจจากโครงการในพระราชดำริ : ‘เอ็...
      • เอกสารประวัติศาสตร์ : พระบรมราชโองการแต่งตั้งสฤษดิ...
      • ฟอร์บส์วิเคราะห์พระราชทรัพย์
      • วาทกรรม 11 สิงหาเมื่อสังคมไม่มีการสอนประวัติศาสตร์...
      • ทางออกธรรมดาๆ ที่ตรงไปตรงมา
      • Forbes รายงาน “ราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก”
    • ► สิงหาคม (10)
      • พระบารมีปกเกล้า : พระสุรเสียงราชินีบนเวทีพันธมิตร
      • บทความ "เปิดแนวรบใหม่ นอกพื้นที่อำนาจของศัตรู ?? "...
      • จากขบวนการเสรีไทย สู่ 14 ตุลาคม 16 ถึงปัจจุบัน
      • แอนดรูว์ วอล์กเกอร์: เศรษฐกิจพอเพียง ประชาธิปไตยพอ...
      • ถ้าผมเป็นมือที่มองไม่เห็น..!?
      • คำนูญ เล่าเรื่อง "ผ้าพันคอสีฟ้า" และ "เงินสด 250,0...
      • ตุลาการวิบัติ ประสบการณ์ของฝรั่งเศส
      • ประชาธิปไตย-อนาธิปไตย-รัฐประหารและเผด็จการ (ครึ่งใ...
      • ต้องล้มระบอบอมาตยาธิปไตย
      • เจ็ดแสนแลกเจ็ดหมื่น เดิมพันครั้งสุดท้ายของชีวิต
    • ► กรกฎาคม (37)
      • กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
      • กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระนารายณ์อวตาร
      • กังวลเรื่อง เมืองกังวล และ จดหมายชี้แจงของ "ถนอม ...
      • ตรระกะของ "ความพอเพียง"
      • 22 กรกฎา 2550 นักวิชาการ 145 คนวันนี้ เอาหัวไปมุดอ...
      • อุทาหรณ์ของ " คนขี่เสือ "
      • ไพร่ปฎิวัติ !
      • สนทนาเรื่องชาติ ศาสน์ กษัตริย์
      • วันสำคัญกับการเมืองของความเป็นจริง
      • THE QUEEN : เมื่อกำลังใจจากหัวหิน ทำให้ผู้หลงทางหั...
      • สองร้อยปีวัฒนธรรมไทย และความยุติธรรม
      • กรณี “ดา ตอปิโด” ในความเห็นของผมเป็นเรื่องตลกร้ายอ...
      • เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารลูกพี่จอมพล ป...
      • บทบรรณาธิการ"ฟ้าเดียวกัน" ฉบับ “ขวาไทย”
      • อั๊กลี่อั่งม้อในเสียมก๊ก เฟรเดอริก วิลเลียม พาร์ทร...
      • อดีตซ้าย-อดีตขวาสามัคคีต้านทุนนิยมและอเมริกา
      • เจ้าตั้งพรรคการเมือง และ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลั่นค...
      • ทำไมเจ้าอนุวงศ์ จึงต้องปราชัย
      • เรื่องเล่า เจ้าปลอมๆ ในราชวงศ์โรมานอฟ
      • เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน) เหตุที่ทำให้สยามปกครองพ...
      • "ไหนใครๆ ว่าฉันมีบุญจะได้เป็น พระเจ้าแผ่นดิน ทำไมถ...
      • เศรษฐกิจพอเพียง : นวัตกรรมกับดักของศักดินา
      • วิพากษ์การเซนเซอร์ : ปีศาจเสรีภาพของศิลป
      • กรณีจักรภพ กับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
      • "ความชอบด้วยระบอบ" : วิวาทะว่าด้วยอำนาจของ "รัฏฐาธ...
      • พระองค์เจ้ารพีฯ เป็นบิดาแห่งกฎหมายไทยจริงหรือ ?
      • INQUISITION : ธงชัย วินิจจะกูล เล่าเกร็ดประวัติศาส...
      • สุรชัย จันทิมาธร 60 ปียินดีด้วย
      • เมื่อตุลาการเอ็ดเวิด คู้ก เผชิญหน้ากับกษัตริย์เจมส...
      • ปราสาทเขาพระวิหาร อาจเป็นระเบิดเวลา
      • มารู้จัก “ชาตินิยม” ก่อนที่ “ลัทธิคลั่งชาติ” จะพาช...
    • ► มิถุนายน (43)
    • ► พฤษภาคม (31)
    • ► เมษายน (27)
    • ► มีนาคม (28)
    • ► กุมภาพันธ์ (42)
    • ► มกราคม (29)
  • ► 2007 (162)
    • ► ธันวาคม (24)
    • ► พฤศจิกายน (42)
    • ► ตุลาคม (49)
    • ► กันยายน (47)

อ่านประจำ

บทความ
    Atom
บทความ
ข้อคิดเห็น
    Atom
ข้อคิดเห็น

หนังสือเล่มผุ ?


ในสยาม…ได้มีการกบฏและมีการเปลี่ยนระบอบการปกครองเมื่อปี ๑๙๓๒ ในส่วนใหญ่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นอยู่อย่างเดิม

ผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เพียงแต่ไล่ผู้มีอำนาจชุดเก่าไป แล้วตัวเขาก็นั่งบัลลังก์แทน

ในชั้นต้นก็ดูว่า เขาได้พยายามจะชำระล้างความโสโครกอยู่เหมือนกัน แต่ในไม่ช้าความโลภและความเห็นแก่ตัวก็ค่อยงอกงามขึ้นในจิตใจของเขา

ในที่สุดเขาก็หลงติดอยู่ในวิมาน ดังนั้น แทนที่จะทำลายวิมานอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอยุติธรรม เขากลับเรียกหาความร่วมมือจากผู้ที่เคยอยู่ในวิมานนั้นมาก่อน และรวบรวมกำลังกันเข้ารักษาวิมานนั้นไว้อย่างแข็งแรง

เพราะฉะนั้นในทุกวันนี้ ประชาชน พวกพ้องของฉันก็ยังคงต้องอ่านหนังสือเล่มผุที่บรรจุเรื่องราวล้าสมัย นับได้ศตวรรษมาแล้ว

จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็ตรงที่ได้เปลี่ยนชื่อที่หน้าปกเสียใหม่และปัดฝุ่น

ศรีบูรพา

จาก : จนกว่าเราจะพบกันอีก

ไม่มีวันดับสูญ !


กษัตริย์มาและกษัตริย์ไป… เวียงวังได้กลายเป็นพงเสือ แต่ประชาชนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ สิ่งใดอันเป็นของประชาชนสิ่งนั้นไม่เคยดับสูญ มีแต่จะวิวัฒน์เจริญงอกงามดียิ่งขึ้น เราผู้เป็นทายาทประชาชนจะรักษาไว้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง แผ่นดินของเรา อิสรภาพและศิลปวัฒนธรรมของเราจะไม่มีวันดับสูญ ตราบเท่าที่คนไทยยังหายใจอยู่

เสนีย์ เสาวพงศ์
แด่...แม่ นิติศาสตร์ 5:2
(2499)

ปัญญาชน ?


"ในประเทศไทยถ้าคุณเป็นปัญญาชนจริงๆ ต้องกล้าพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ ถ้าคุณไม่กล้าพูดอย่างมากก็เป็นคนที่รับใช้รัฐแล้วเขียนลงหนังสือพิมพ์เอารายได้ต่อเดือนต่อวันไปเท่านั้น"

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ราชอาณาจักร


เมื่อประกาศตนว่าเป็น "ราชอาณาจักร" แล้ว จะมาเอาคำว่า "อันมีกษัตริย์เป็นประมุข" มาต่อท้าย "ประชาธิปไตย" ทำไม ก็ในเมื่อ คำว่า "ราชอาณาจักร" ก็สื่อในตัวแล้วว่ามีประมุขเป็นกษัตริย์

โดยพื้นฐาน ลักษณะของประชาธิปไตย ไปกันไม่ได้กับ กษัตริย์ อยู่แล้ว เพราะ คนเดียว ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะมาถืออำนาจได้อย่างไร แต่ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ บางประเทศก็อนุญาตให้มีกษัตริย์ต่อไป โดยตัดตอนไม่ให้กษัตริย์มีอำนาจเลย เป็นเพียงสัญลักษณ์

เราน่าจะเรียกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและมีประมุขเป็นกษัตริย์ว่า ประชาธิปไตยที่อนุญาตให้มีกษัตริย์เป็นประมุข แทนคำว่า ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข

ปิยบุตร

จาก : ประชาธิปไตยที่อนุญาตให้มีกษัตริย์เป็นประมุข

แน่แท้ !


ถ้าในปัจจุบันสามัญชนกล้าวิพากษ์เจ้าที่ไม่เอาไหน หรือที่แสดงอภิสิทธิ์ต่างๆ กันอย่างกว้างขวาง บางทีสถาบันเจ้าจะยังคงอยู่คู่กรุงสยามต่อไปได้ เพราะถ้าปราศจากคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริตเสียแล้ว
สังคมย่อมต้องถึงซึ่งความเสื่อมเป็นแน่แท้

ส.ศิวรักษ์

กูจะขบถ


เมื่อพูดกันไม่ได้ก็ไม่พูดจะทำปากให้เป็นตูดพูดไม่ได้

จะได้รู้กันว่าประเทศไทยเป็นของคนหัวใสสองสามคน

ถ้าความจนถูกหาว่าขบถเพื่อให้ความรวยกดกลางถนน

กูก็พร้อมจะขบถรดน้ำมนต์กราบพระออกปล้นความเป็นธรรม

สุจิตต์ วงษ์เทศ ปี 2517

โลกใบเล็ก..

  • 2519 ตุลา 6 .....
  • bact' is a name : writing to reach you.
  • BioLawCom.De
  • dedicate for the Revolution 2475
  • FACT : กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย
  • Fringer | คนชายขอบ
  • i am Jakrapob
  • NewSkyThailand
  • Prachatai.com
  • SiamCollective
  • somsak's work
  • Thai E-News
  • Thai Journalist Democratic Front
  • นสพ.ประชาทรรศน์
  • พลวัต
  • ฟ้าเดียวกัน
  • ฟ้าเดียวกันออนไลน์
  • มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • วารสาร "อ่าน"
  • วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • สถาบันปรีดี พนมยงค์
  • เวทีประชาชน ทวงคืนประชาธิปไตย

ชั้นหนังสือ..

  • Surveying and exploring in siam : บันทึกการสำรวจและบุกเบิกในดินแดนสยาม : ผู้บันทึก เจมส์ แมคคาร์ธี (พระวิภาคภูวดล เจ้ากรมแผนที่คนแรก)
  • The End of the Absolute. Monarchy in Siam.
  • หนังสือหลายเล่มที่เปลี่ยนแปลงโลก
  • Marxists Internet Archive (Thai)
  • Progress and Poverty : แต่งโดย Henry George : ความก้าวหน้ากับความยากจน : แปลโดย สุธน หิญ
  • ยูโทเปีย : ทอมัส มอร์ : สมบัติ จันทรวงศ์ ( แปลไทย )
  • หนังสือหายากอิเล็กทรอนิกส์ : สำนักหอสมุด ม.ธรรมศาสตร์
  • กรณีสวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ : สรรใจ แสงวิเชียร,วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
  • เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีสวรรคต : สุข แสงวิเชียน
  • The royal family
  • TKNS : Thai : pdf

14 ตุลาคม 2516


" ถนนเนืองนองผู้คน !
ปืนคำรามขับไล่ !
กระสุนของมันโปรยปลิว !
รถถังกัมปนาทน่าเกรงขาม !

ผู้คนวิ่งพรูเข้าประจันหน้าด้วยมือเปล่าเปลือยๆ !
บางคนมีดุ้นไม้ที่หัก
ลากจากข้างถนน !

ไฟไหม้ !
แสงแดดจ้านเปลี่ยนเป็นหม่นและมืดคลุ้มจากควัน !

เฮลิคอปเตอร์
ฉวัดเฉวียนเย้ยหยัน !

เสียงร้องไห้และ
ตะโกนเคียดแค้น !

หลายคนพยายามเหยียดตัวของเขาให้แบนลงแนบถนนหลบกระสุนปืน !
แล้วนาฑีต่อมา เขาเผ่นโผนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง !

บางคนโดนฉีกแขน
และขาขาดวิ่น !
ในมือบางคนมีระเบิดขวดใบน้อยไม่น่ามีพิษถ้าเทียบกับรูเหล็กสีดำของปืนที่ซุ่มซ่อนตามซอกตึก !

ผู้คนยังหลั่งไหล
มาเนืองนอง !

คาวเลือด !
คราบเหงื่อและน้ำตา !

กลิ่นควันลามก
อนาจารของควันปืน !

และลมหายใจของเสรีภาพ ! “

รงค์ วงษ์สวรรค์

‘อิสรภาพ’


พวกเขาบอกข้าว่า

“ หากท่านพบทาสนอนหลับอย่าได้ปลุกเขาให้ตื่นเขาอาจกำลังฝันถึง ‘อิสรภาพ’ ”

ข้าตอบว่า

“หากท่านพบทาสนอนหลับจงปลุกเขาให้ตื่นและสนทนากับเขาเรื่อง ‘อิสรภาพ’ ”


คาห์ลิล ญิบราน

จากหนังสือ วิญญาณขบถ
แปลโดย น.ชญานุตม์

ฟ้าสูง..


"เข้าใจไหมว่าฟ้ามันสูง มันสูงจริงๆ แล้วแผ่นดินมันก็ต่ำมากๆ ศรัทธามันใช้เวลานานในการสร้าง จะทำลายมันก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน ป้าแก่แล้วคงทำอะไรไม่ได้มาก อยากจะฝากว่าอย่าไปคาดหวังอะไรกับสังคมไทยมากนักเลย เสียสละตายกันไปตั้งเท่าไหร่ก็ได้แค่นี้ แต่ก็อย่ายอมแพ้ต้องสู้ไปเรื่อยๆ สักวันเราจะชนะแม้จะนานหน่อย เหตุการณ์แบบ 6 ตุลา ถ้ามันจะต้องเกิดอีกมันก็จะเกิด ถ้าทำดีที่สุดแล้วเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ก็อย่าไปเสียใจ"

คุณป้าอดีตสหายอาวุโส
วัย 70 กว่า

คณะ ร.ศ.130

คณะ ร.ศ.130
เมื่อพ.ศ.2454 หรือ ร.ศ. 130 พวกเขาเหล่านั้นคิดก่อการ โค่นล้มพระราชบัลลังก์ สมาชิกคณะปฎิวัติได้ให้สัตย์ปฎิญาณพร้อมกันว่า..

" เราทั้งหลายเป็นผู้ก่อการด้วยกัน ต่างก็ได้คำนึงกันอยู่แล้วว่า ผลสำเร็จที่สุดนั้น ย่อมเป็นการยากมาก เพราะได้เห็นผลของการปฎิวัติมามากต่อมากนักแล้ว ซึ่งส่วนมากหากเป็นประเทศอื่นก็ดี เมื่อปรากฎว่ามีการปฎิวัติขึ้น คณะผู้ก่อการครั้งแรกนั้นมักจะถูกจับกุม หรือไม่ก็ได้รับการทรมาน และถูกประหารชีวิตเสียก่อนงานจะสำเร็จ โดยมากมักจะเป็นอยู่เช่นนี้ แต่จะอย่างไรก็ดี แม้ว่าพวกปฎิวัติยุคแรกจะเพลี่ยงพล้ำ หรือได้รับโทษอย่างแสนสาหัสก็ตาม แต่ก็ยังมีพวกคนรุ่นหลังคิดการสืบต่อเนื่องกันไป และผลก็มักจะสำเร็จ"

เดอะคิงแคนดูนัทธิง


"ในประเทศที่เขามีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พลเมืองของเขาทุกคนมักจะรู้จักว่า"เดอะคิงแคนดูนัทธิง" อะไรทุกอย่างที่พระองค์ต้องการ เขาปฎิบัติถวายพระองค์เองพระองค์ไม่ต้องเดือดร้อน ทีนี้พระราชบันทึกของพระองค์ พระองค์ต้องการให้ประเทศเรามีการปกครองอย่างประชาธิปไตยอย่างประเทศอังกฤษแท้ๆ แต่พระองค์ก็บอกไว้ในนั้นเอง บอกแย้งในนั้นเองว่า จะให้ฉันทำอย่างพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษไม่ได้ ทีการปกครองละก็จะเอาอย่างอังกฤษ แต่ไม่อยากเป็นอย่างพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ เพราะฉะนั้นก็เหลือที่จะทนทานเหมือนกัน"

ร้อยโท โอภาส คล้ายทองคำ
ผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี

จากการประชุมสามัญสมัยที่ 2 ครั้งที่ 16/2477
วันที่ 31 มกราคม 2477

หมายเหตุ
เมื่อปี 2477 สภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้นได้อภิปรายกันถึงข้อเรียกร้องต่างๆของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีอยู่หลายต่อหลายข้อ เช่นพระองค์ทรงเรียกร้องอำนาจของกษัตริย์ เรียกร้องจะมีทหารวังเรียกร้องไม่ให้ใช้กฎหมายมรดก ฯลฯ


โทมัส มัวร์


"สาเหตุประการสำคัญที่สุดแห่งความยากจนของสังคมก็คือ "เจ้าขุนมูลนาย" มีจำนวนมากมายเหลือเกิน พวกนี้ไม่ต่างอะไรกับตัวแตน ที่บินเตร่เร่ร่อนไปวันหนึ่ง ๆ ดำรงชีพอยู่ด้วยแรงงานของผู้ใกล้ชิด ขูดรีดเลือดเนื้อชาวนาที่ทำนาบนผืนแผ่นดินของเรา เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้แก่เขา นอกเหนือไปจากนี้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"

โทมัส มัวร์
ค.ศ. ๑๔๗๗ - ๑๕๓๕
ผู้เขียนสังคมในอุดมรัฐ Utopia

เพลงของคนมีกรรม..


นกน้อยคล้อยบินตามเดียวดายคิดคิดมิวายกังวลให้หม่นฤทัยหมองขาดมวลมิตรไร้คนสนิทคู่เคียงครองหลงใหลหมายปองคนปรานี ขาดเรือนแหล่งพักพำนักนอน ขาดญาติบิดรและน้องพี่

บาปกรรมคงมี จำทนระทม

ท้องฟ้าสายัณห์ตะวันเลือน แสงลับนับวันจะเตือนให้ใจต้องขื่นขม หากเย็นลงฟ้าคงยิ่งมืดยิ่งตรอมตรม ชีวิตระทมเพราะรอมา จวบจันทร์แจ่มฟ้านภาผ่องเฝ้ามองให้เดือนชุบวิญญาณ์ สักวันบุญมา ชะตาคงดี

คำร้องโดย :
ประเสริฐ ณ นคร

หมายเหตุ
จริงๆแล้วผมเองชอบเนื้อร้องเพลงนี้มาก และก็ถือว่าเปนเพลงโปรดอีกเพลงหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ฟังมานานแล้ว เพราะรู้สึกเซ็งกับอะไรหลายๆอย่าง เอา..เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในช่วงนี้ ขุดมาฟังกันซะหน่อย

ณ ช่วงเดือน ธันวาคม 50

ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ


ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
เสียงเหยียบย่ำของชนชั้น

กระหึ่มก้องมานานครัน
ว่าฟ้านั้นคือเทวดา

ฟ้าสูงมันกดขี่
ว่าดินนี้ไร้เดียงสา

เป็นทาสต้องพึ่งพา
หากขาดฟ้าจักขาดใจ

เราดินต้องเป็นดิน
จักโบยบินได้อย่างไร

แต่ดินก็มีใจ
ประกาศให้ฟ้ามันรู้

ช่องว่างระหว่างชั้น
ถูกแบ่งกั้นปันกันอยู่

ต่ำทรามคือดิน-กู
ฟ้าอาจชูเพราะคำลวง

ดินนี้เลี้ยงชีวิต
สรรพสิ่งสถิตเล็กใหญ่หลวง

สินทรัพย์ล้ำค่ามีทั้งปวง
แต่ฟ้าช่วงชิงสิ่งนี้ไป

จักโน้มฟ้าให้เทียมดิน
หวังหลอกกินอีกนั้นอย่าหมาย

ช่องว่างระหว่างชั้นอันตราย
จัดทำลายให้ยับอยู่กับมือ.

รวี โดมพระจันทร์

จินตนาการ


จินตนาการว่าไม่มีสวรรค์ มันง่ายหากคุณจะลอง ไม่มีนรกอยู่ใต้เรา เหนือเรามีเพียงท้องฟ้า จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย ผู้มีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบัน

จินตนากรว่าปราศจากประเทศ มันไม่ยากหรอกที่จะทำ ปราศจาการฆ่าฟัน หรือตายเพื่อ....

และปราศจากศาสนาด้วย จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย ผู้มีชิวิตอยู่เพื่อสันติภาพ

คุณอาจกล่าวว่าฉันเป็นนักฝันคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกนะ ฉันหวังว่า วันหนึ่งคุณจะเข้าร่วมกับเรา และโลกนี้จะเป็นหนึ่งเดียว

จินตนาการไม่เคยถูกครอบงำ ฉันสงสัยว่าคุณจะทำได้ไหม ไม่จำเป็นต้องละโมบหรือหิวโหย เพื่อนร่วมโลก.....

จินตนาการเข้าเถิด มวลชนทั้งหลาย มาร่วมมือกันทั่วทั้งโลกเถิด.....


เนื้อเพลง Imagine
ของ John Lennon

จากหนังสือ
ผีเพลง ดนตรีขบถที่เปลี่ยนแปลงโลก
โดย สิเหร่

หมุดคณะราษฎร์

หมุดคณะราษฎร์
บนหมุด
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
มีข้อความไว้ให้จดจำ..

"...ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ..."

Pyramid of Capitalist System

Pyramid of Capitalist System
issued by Nedeljkovich, Brashich, and Kuharich in 1911, right. During the Depression and New Deal, labor unions demonstrated their solidarity by marching in Labor Day parades. This 1937 view shows the District Council of Carpenters, below left. (University of Washington Special Collections, Social Issues Files Dc/vi. Neg. 1535. Copyright, 1911, International Publishing Co., Cleveland, OH; Social Issues Files Dd/iv. UW neg. 016)

หนังสือต้องห้าม !


การจำกัด, ห้ามหวง, ขีดขั้น พรมแดนของความรู้, ความจริงมีมาตั้งแต่อดีตกาลโดยผู้มีอำนาจปกครอง ด้วยวิธีการเผา, ถ่วงน้ำ, ห้ามพิมพ์และ เผยแพร่หนังสือ ภายใต้ความคิดที่ว่าหนังสือเหล่านั้นเป็นต้นธารแห่งภยันตรายอันจะก่อให้เกิดภัยคุกคามและความวุ่นวายขึ้นในสังคม ถือเป็นการจัดระเบียบสังคมด้วยการตัดระบบความคิด หากมิได้ตัดการเผยแพร่ความรู้ทางการเมืองการปกครองแก่ประชาชนที่เดินเคียงขนานบนเส้นทางเดียวกันตลอดมา ทั้งจารึก, จดหมายเหตุ, ตำนาน, พงศาวดาร กระทั่งถึงวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นไปในวงแคบเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง และพระสงฆ์เสียส่วนใหญ่ ภายหลังเมื่อมีการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศมากขึ้น นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ จึงมีการเผยแพร่แนวความคิดทางสังคมการเมืองหลากหลาย...ที่สำคัญคือ การริเริ่มของเทียนวรรณ ซึ่งมีการวิพากษ์ วิจารณ์ ถึงปัญหาสิทธิ เสรีภาพ ปัญหาความเป็นธรรม และเรียกร้องให้รีบจัดตั้ง “ปาลิเมนต์” เยี่ยงอารยประเทศ, การเสนอปัญหาทางเศรษฐกิจ-สังคม และแนวทางแก้ไขโดยพระยาสุริยานุวัตร ในหนังสือทรัพยศาสตร์ ตลอดจนการเคลื่อนไหวตามแนวความคิดประชาธิปไตยและสังคมนิยมในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยสมัยนี้เองที่การหลบหลีก “คอมมิวนิสต์” และ การเรียกร้อง “ประชาธิปไตย” เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ “หนังสือต้องห้าม”

นับจากปี ๒๔๗๖ เป็นต้นมาได้เกิดภาวะสะกดกั้นทางความคิด จนก้าวล่วงมาถึงยุคสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม ในปี ๒๔๘๙ ที่มีการยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๗๖ ความตื่นตัวสนใจใคร่รู้ทางด้านการเมืองการปกครองจึงค่อย ๆ ปะทุขึ้น ทั้งในหมู่นักศึกษา, นักเขียน, นักหนังสือพิมพ์ รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป อันทำให้เกิดการแพร่ขยายแนวคิดทางสังคมนิยมขึ้นอย่างเสรีผสานกับอุดมคติที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมและการเมืองไทย อันเนื่องมาจากนโยบายการปกครองของรัฐบาลจอมพล ป. ณ ขณะนั้น หากบทบาทของสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวสารข้อมูลความรู้แก่ประชาชนกลับถูกจำกัดปราบปราม โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือ คือพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ อันเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยจอมพล ป. จนปรากฏภาวะสุญญากาศทางเสรีภาพ และต่อมารัฐบาลได้กวาดล้างจับกุมมวลชน ในนามคณะกรรมการสันติภาพแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ โดยตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการฯ นั้น ชูประเด็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ต่อต้านรัฐบาล คัดค้านนโยบายความมั่นคง-การต่างประเทศของรัฐ การก่อการครั้งนี้เรียกว่า “กบฏสันติภาพ” มีผู้ถูกจับกุมจำนวน ๕๔ คน ซึ่งผู้ที่ถูกจับส่วนหนึ่งเป็นอาจารย์ นักศึกษา ปัญญาชน และนักคิดนักเขียนที่สำคัญ เช่น อุทธรณ์ พลกุล กุหลาบ สายประดิษฐ์ อัศนี พลจันทร์ (นายผี) เปลื้อง วรรณศรี (นายสาง) สิงห์ชัย มังคนนรา (นเรศ นโรปกรณ์) สุภัทร สุคนธาภิรมย์ และสุพจน์ ด่านตระกูลเป็นต้น

The King Never Smiles เขียนโดย Paul Handley (2006) สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย Yale หนังสือที่ถูกสั่งห้ามขายในประเทศไทย โดย.รัฐบาลไทย

นิตยสาร ฟ้าเดียวกัน ฉบับหาอ่านยาก เพราะคนอ่านมาก หรือใครเขาไม่อยากให้เราอ่านก็ไม่รู้ : 31 มี.ค.2549 ธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการหนังสือฟ้าเดียวกัน แถลงเปิดใจว่าทำไม “ผมไม่กลัวคุณ” ในกรณีถูกห้ามขาย จ่าย แจกและยึดหนังสือโดยคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

กงจักรปีศาจ โดย เรย์น ครูเกอร์ หนังสือที่ว่าด้วย “กรณีสวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙“ ซึ่งถูกห้ามตั้งแต่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษปี ๒๕๐๗ ในชื่อ The Devil’s Discus ต่อมามีการแปลและโรเนียวแจกในแวดวงผู้สนใจ หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ ที่เสรีภาพเบ่งบาน มีความคิดที่จะพิมพ์ขายอย่างเปิดเผย แต่ต่อมาความคิดนี้ก็ต้องล้มเลิกไป กงจักรปีศาจ จึงเป็นหนังสือใต้ดินที่ต้องลักลอบขาย หลัง ๖ ตุลา ๑๙ หนังสือเล่มนี้ก็ถูกประกาศเป็นหนังสือต้องห้าม

ภาพยนตร์ ต้องห้าม !

ภาพยนตร์ ต้องห้าม !
Original U.S. Poster : พ.ศ. 2487 มากาเร็ต แลนดอนได้ประพันธ์ บทประพันธ์เรื่อง "แอนนาและพระเจ้าแห่งกรุงสยาม" (Anna and the King of Siam) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือที่แอนนาแต่ง และได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2489 กำกับโดย จอห์น ครอมเวลล์

จากภาพยนตร์เรื่อง เดอะคิงแอนด์ไอ ปี พ.ศ. 2499 ได้รับรางวัลออสการ์ 5 สาขา

"ภาพยนตร์จากประเทศโลกที่ 3 ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา" ภาพยนตร์เรื่องทองปานนี้อาภัพ เมื่อสร้างเกือบจะเสร็จหลังการถ่ายทำเป็นเวลา 2 เดือนที่ชนบทอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และหนึ่งสัปดาห์ของฉากการสัมมนาที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก็เกิดเหตุการณ์นองเลือดและรัฐประหาร 6 ตุลา (2519) ทำให้กลายเป็น 'หนังต้องห้าม'

Anna and The King หนังต้องห้าม ที่ถูกห้ามฉายในเมืองไทย : พ.ศ. 2542 บริษัทฟอกซ์ คอร์ปอเรชันได้สร้างภาพยนตร์ขึ้นมาใช้ชื่อเรื่องว่า "แอนนาแอนด์เดอะคิง" แต่ก็ถูกห้ามฉายในประเทศไทยหลังเป็นข้อถกเถียงกันอย่างหนักกรณีเนื้อหาของเรื่องบิดเบือนประวัติศาสตร์

แสงศตวรรษ : Syndrome and a Century : กำกับโดย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้ที่ทำให้หนังไทยเรื่องนี้ไปชนะใจชาวต่างชาติ พร้อมทั้งได้กวาดรางวัลจากงานประกวดภาพยนต์ในหลายประเทศมาแล้วอย่างมากมาย แต่กลับไม่มีสิทธ์ได้ฉายในประเทศไทยเพราะไม่ผ่านการพิจารณาจากกองเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลที่แสนจะ ปัญญาอ่อน ของกองเซ็นเซอร์ไทย

หนังสือที่ระลึก

หนังสือที่ระลึก
หนังสือที่ระลึกเล่มนี้ มันน่าจะระลึกถึงอะไรดี ?

Recent Comments

ภาพถ่ายของฉัน
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน

Snap Shots