วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ทุกสถาบันสาธารณะของไทยล้มเหลวในการปกป้องประชาธิปไตย



เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม เราได้เห็นม็อบฟาสซิสต์ของพันธมิตรฯ จงใจก่อความรุนแรง และความวุ่นวายรอบๆ รัฐสภาและตลอดเส้นทางราชดำเนิน การจงใจก่อความรุนแรงนี้เป็นไปตามแผนการสร้าง
“เคออส” (Chaos) ของแกนนำพันธมิตร เป้าหมายที่เขาต้องการคือการนำระเบียบใหม่ของเผด็จการเข้ามา โดยอาศัยอำนาจทหาร ศาล หรืออำนาจนอกกรอบระบบประชาธิปไตย เพื่อล้มรัฐบาลและทำรัฐประหาร

เราทราบว่าพันธมิตรฯมีและใช้อาวุธปืน และอาวุธอื่นๆ ในการจลาจลเมื่อวานนี้ ยิ่งกว่านั้นมีบุคคลหลายคนในพันธมิตรฯ หรือที่พันธมิตรฯชื่นชม ที่เคยมีส่วนในเหตุนองเลือดที่ กรือเซะ ๖ตุลา และในพฤษภา๓๕ ส่วนรัฐบาลและตำรวจก็มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน สรุปแล้วทั้งพันธมิตรฯ พรรคประชาธิปัตย์ ส.ว. 40 คน และรัฐบาล ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น เราไม่ควรไปประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยสองมาตรฐาน

ข้ออ้างของพันธมิตรฯว่ารัฐบาลนี้ “ขาดความชอบธรรม” ฟังไม่ขึ้น ผมคัดค้านทักษิณ ไทยรักไทย และพลังประชาชนมาตลอด และยังคัดค้าน เพราะเป็นพรรคนายทุนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดภาคใต้และสงครามยาเสพติด ผมคัดค้านนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในส่วนที่เน้นตลาดเสรีด้วย แต่รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งโดยได้รับการสนับสนุนของคนส่วนใหญ่ รัฐบาลจึงมีความชอบธรรม ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้ นี่คือหลักพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ฝ่ายพันธมิตรฯ และนักวิชาการปฏิเสธ

ข้ออ้างว่ารัฐบาลไม่ชอบธรรม มาจากความเชื่อว่าคนจนไม่มีวุฒิภาวะที่จะใช้เสียงในระบบการเลือกตั้ง คนจนโง่นั้นเอง ข้อเสนอแบบนี้เริ่มปรากฏในหนังสือ “สองนคราประชาธิปไตยไทย” ของอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อของกลุ่มปฏิกิริยาเผด็จการ นอกจากพันธมิตรฯแล้ว นักวิชาการส่วนใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ทหารคมช. และอภิสิทธิ์ชนอนุรักษ์นิยมเชื่อกันหมด คนอย่าง ศิริชัย ไม้งาม เสริมว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมเพราะเรื่อง “เขาพระวิหาร” ซึ่งเหลวไหลที่สุด แต่เรื่องการปลุกระดมแนวคลั่งชาติเกี่ยวกับเขาพระวิหารก็ถูกนำมาใช้โดยพรรคประชาธิปัตย์ และที่แย่ที่สุดคือโดย ส.ว. “เอ็นจีโอ” รสนา ที่ผมเคยเลือกคุณรสนาต้องรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บของทหารที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และต้องกลับมาอธิบายให้คนในภาคประชาชนกรุงเทพฯทราบว่านโยบายนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนธรรมดาอย่างไร

สถาบันสาธารณะทั้งหลายในสังคมไทย ไม่มีทางมาแก้ข้อพิพาทปัจจุบันด้วยความเป็นกลาง และด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตยได้ ทหาร ศาล พรรคการเมือง และรัฐบาล เลือกข้างไปแล้ว และไม่มีมาตรฐานความเสมอภาค นักวิชาการส่วนใหญ่หมดสภาพในการวิเคราะห์เพราะมีอคติต่อคนจนและประชาธิปไตย สถาบัน……ดูเหมือนจะอ่อนแอเกินไปที่จะแก้ไขปัญหาและ……ก็ดูเหมือนว่าเลือกที่จะเข้าข้างพันธมิตรฯ

การเลือกข้างในการวิจารณ์เหตุการณ์วันที่ ๗ ไม่มีประโยชน์สำหรับกรรมาชีพและคนจน และที่สำคัญที่สุด เราต้องปกป้องระบบประชาธิปไตยทุนนิยมจากการคุกคามของเผด็จการ นี่คือจุดยืนของนักมาร์คซิสต์มานาน เช่นกรณี โรซา ลัคแซมเบอร์คในหนังสือ “ปฏิรูปหรือปฏิวัติ”

เราต้องรณรงค์เพื่อขยายพื้นที่ประชาธิปไตย และการปฏิรูปสังคมพร้อมกัน แต่ถ้าสถาบันสาธารณะหมดสภาพที่จะแก้ปัญหาวิกฤตนี้ในทิศทางประชาธิปไตย เราต้องเน้นภาระของภาคประชาชนเป็นหลัก อย่างไรก็ตามภาคประชาชนก็ละเลยภาระนี้มานานเกินไป และไปเลือกข้างในข้อพิพาทระหว่างชนชั้นปกครอง ดังนั้นเราต้องเรียกร้องให้แกนนำภาคประชาชน เช่น กปอพช. และขบวนการแรงงาน สร้างขั้วอิสระทางการเมือง และริเริ่มกระบวนการปฏิรูปสังคมของภาคประชาชนเอง ถ้าเราไม่เร่งทำงานแบบนี้ วิกฤตสังคมไทยจะถูกแก้ไขบนสันหลังและศพของคนจน


ใจ อึ๊งภากรณ์

(หมายเหตุ - ประชาไทขออภัยที่จำเป็นต้องปิดข้อความบางส่วน)


ที่มา : หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท : ใจ อึ๊งภากรณ์ : ทุกสถาบันสาธารณะของไทยล้มเหลวในการปกป้องประชาธิปไตย

*การเน้นข้อความทำโดยความเห็นของผู้จัดเก็บบทความ

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สังคมประเทศไทย อาจกำลังจะเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย จึงจะยอมถอยโดยดี พวกเขาเหล่านั้นมีกำลังเงินเต็มร้อย มีกำลังใจเต็มอัตราศึก มีคนคอยหนุนหลังให้ท้ายจนเลยเถิด ศาลไม่เป็นศาล กฏหมายเป็นเพียงของเล่น เหล่าคนมีจรรยาบรรณทางอาชีพก็มาประสานเสียงขานรับประหนึ่งว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญเยินยอ การปฎิเสธไม่รับรักษาผู้ป่วยที่เป็นตำรวจ เพียงเพื่อแสดงออกให้เห็นความเป็นปรปักษ์กับใครก็ได้ที่อยู่ตรงข้ามกับพันธมิตร เลยไม่รับรู้ถึงจรรยาบรรณอันสูงส่งของตัวเอง ถ้าหมอเมืองไทยมีสติปัญญาคิดได้เพียงแค่นี้ เพราะอยากจะแบ่งฝ่าย แบ่งพวก ก็ไม่สมควรจะเป็นผู้รักษาคนไข้รายใดทั้งสิ้น ผมถึงไม่แปลกใจกับการศึกษาของเมืองไทย ที่ให้ความรู้แต่ไม่ให้สติปัญญา จึงทำให้ประเทศชาติเจริญไปไม่ได้
ในวันหนึ่งข้างหน้า เราอาจจะเห็นประเทศไทย แบ่งเป็นไทยเหนือที่รักอิสระเสรีภาพ เคราพในกติกาของประชาธิปไตย และไทยใต้ ที่ยังคงติดยึดกับการปกครองแบบเจ้าขุนมูลนาย กดขี่ข่มเหง ประชาชน เหมือนไพร่ สถุนที่ชอบกล่าวอ้างกันหนักกันหนา โดยเฉพาะพวกศักดินา ข้าหลวงทั้งหลาย ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ และต้องแบ่งประชาชน พวกที่รักประชาธิปไตยจะมีคนไปอยู่รวมมากมาย เพื่อสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่
ส่วนพวกเจ้าขุนมูลนาย พวกนี้ จะหาทางเอาตัวรอด และเหยีบย้ำประชาชนที่หลงผิด คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นมาจากเทวดา ฟ้าดิน ไทยใต้ที่จะเป็นประเทศใหม่การปกครองเก่า จะไม่มีวันเจริญเป็นเด็ดขาด ดังหลายๆ ประเทศที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี เวียดนาม ที่อดีตคนในชาติแตกแยกกันมาแล้ว ประเทศเหล่านั้นเขาทราบซึ่งดีว่า คนในชาติที่แตกแยกกัน และต้องฆ่ากันเอง มันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด
สำหรับประเทศไทย ยามนี้คงพึงพาเทวดาสมมุติไม่ได้ เพราะไม่เป็นเสาหลักของประเทศชาติอีกต่อไป ด้วยทัศนคติของความกลัวทำให้เสื่อม ถึงขนาดเห็นผิดเป็นชอบ เห็นคนชั่วเป็นคนดี เห็นคนดีจะมาแบ่งความรักจากคนรากหญ้าไป กำจัดคนดีด้วยการใส่ร้ายป้ายสี สนับสนุนคนชั่วให้พ้นผิดในข้อหากบฏ แถมตบท้ายด้วยการให้รางวัลคุ้มครองคนชั่วอีก มันช่างน่าอนาถใจ
ในยามนี้ทุกคนรู้ซึ้ง ว่าใครสร้างภาพ ใครสร้างบุญบารมีเหยีบหัวคนจนของประเทศ โดยไม่ได้หันกลับมามองว่า ใครกันที่ทำให้ประเทศชาติคงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ใครเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่นำพาความเจริญทางเศรษฐกิจมาให้ ใครกันที่ปราบปรามผู้ร้ายให้ประชาชนชาวไทยอยู่อย่างปลอดภัย ใครกันที่ปกป้องประเทศโดยไม่ให้ประเทศอื่นมารังแก อย่าหลงตัวเองว่าเป็นเพียงเทวดาใครแตะต้องไม่ได้ ประเทศชาติไม่มีใครเป็นหนี้เทวดา หากแต่เทวดาต้องกินข้าว เทวดาต้องใช้เงินภาษีของประชาชน เทวดาคงต้องขบคิดและระลึกเสมอว่า นี้คือ โลกมนุษย์ที่ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว วันนึ้พวกเขาทำอะไรไม่ได้ วันนี้พวกเขาอดกลั้น แต่ได้โปรดระวังคำสาปแช่งของประชาชนผู้ที่รักประชาธิปไตย เพราะในรอบ 200 ปี พวกเขาเกลียดเทวดาองค์นี้...// Freeday

I'm so proud to be Thai. กล่าวว่า...

ขอให้คุณอยู่ในโลกทฤษฎีจ๋าสูงส่งของคุณต่อไป

ในความเป็นจริงแล้วนั้น คุณไม่สามารถทำให้อะไรเป็นไปในทางที่คุณต้องการได้เลย

ต่อให้คุณเกิดใหม่ สิ่งนั้นที่คุณฝัน ก็ไม่อาจเกิด เพราะมันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความรักที่จริงใจต่อชาติบ้านเมืองจริงๆ

มันก็แค่สิ่งที่คุณอยากให้เป็นเหมือนชาติอื่นๆ ที่ไม่ได้มีพื้นฐานหรือประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดเหมือนประเทศไทย

และขอบอกไว้เลยตรงนี้ เรามีของเราที่ล้ำค้า เรามีของเราที่ไม่มีชาติไหนเหมือน และเราก็จะยังคงไว้ "สืบไป" และคุณเองก็คงรู้อยู่แก่ใจ 99.9999% ของคนไทย จะทำเช่นนี้





...คุณเคยคิดบ้างไหมคะ ว่าชีวิตคุณนั้น เสียชาติเกิดเพียงใด ที่เข้าไม่ถึงสิ่งนั้นที่เรียกว่า "ความดีงาม"


ปล. ถ้าคุณปรารถนาในชาติหน้า ที่จะได้อยู่ในระบบใหม่ ดิฉันขอภาวนาให้คุณสมปรารถนาอย่าได้มาเกิดเป็นคนไทย และอย่าได้มาเกี่ยวข้องกับทุกอย่างที่เป็น "ไทย"


สวัสดี.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เทพสมมุติหลงไหลกับอำนาจความสะดวกสบายสรรเสริญยอกับลิ่วล้อรอบข้างสงสารคนยากจนต้อง
กราบไหว้คิดว่าเป็นผู้วิเศษแท้จริงมีความสุขอยู่บนความทุกข์ยากของคนจนเปรียบเป็นฐานอำนาจให้ตนเองเสวยสุขต่อไปไร้ยางอาย