วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2552

การเก็บกดทางการเมืองของประเทศไทย : The Real News สัมภาษณ์ อ.ใจ อิ้งภากรณ์



The Real News Network

Paul Jay interview

แปลและเรียบเรียงโดย : chapter 11


ใจ อึ้งภากรณ์เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ของคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใจยังเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมนิยมไทยเอียงซ้าย ใจขณะนี้ถูกกล่าวหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องมาจากหนังสือที่ขายเกลี้ยงของเขาชื่อ “รัฐประหารสำหรับคนรวย” ตีพิมพ์ในปี 2550 ใครที่ถูกตัดสินว่าผิดในคดีหมิ่นฯจะโดนโทษจำคุก 15 ปี ใจให้สัมภาษณ์จากกรุงเทพฯ



การเก็บกดทางการเมืองของประเทศไทย

ภาค 1


พอล เจ: ขอบคุณที่ให้เราสัมภาษณ์นะครับ

ใจ: ครับ


พอล เจ: คุณใจ เท่าที่ผมเข้าใจว่าคุณเพิ่งกลับจากอังกฤษ และเมื่อไปถึงไทยก็มีหมายเรียกตัวรอคุณอยู่แล้ว ผมเดาว่าคุณไปที่สถานีตำรวจและรับข้อกล่าวหาในคดีหมิ่นฯ คุณมีโอกาศที่จะต้องโทษจำคุกไหม ทำไมเขาถึงได้กล่าวหาคุณตั้งแต่แรก และโดยทั่วไปคุณเป็นห่วงในเรื่องการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ไหม

ใจ: ผมไม่ห่วงเรื่องที่ผมจะพูดอะไรในการให้สัมภาษณ์ เพราะผมคิดว่าการจะต่อสู้กับข้อกล่าวหาหมิ่นฯนี้ จะต้องรณรงค์อย่างเปิดเผยต่อสายตาประชาชน ในขณะนี้รัฐบาลไทย รมว ยุติธรรมได้พยายามบอกสื่อโดยเฉพาะในประเทศไทยว่า ไม่ต้องเสนอข่าวหมิ่นฯ ในสถาณการณ์เช่นนี้ซึ่งมีคนหลายคนที่ต้องคดีดังกล่าวอยู่ มีหลายคนติดคุก ประมาณ 100 คนในคุก และคนเหล่านี้ได้ถูกพิจารณาคดีอย่างเป็นความลับ และเมื่อคนเหล่านี้ติดคุก ก็ลืมไปได้เลย


พอล เจ: สื่อไทยทำตามหรือ

ใจ: เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่าสื่อไทยทำตาม ใช่ สื่อที่กล้ารายงานก็มีแต่สื่อต่างประเทศ


พอล เจ: ผมเข้าใจว่ากองทัพไทยเป็นเจ้าของสถานีทีวีบางช่อง ไม่มีสถานีทีวีอิสระที่นั่นหรือ

ใจ: เป็นที่น่าเสียใจว่า สถานีทีวีอิสระได้หายไป สื่อเสรีได้หายไป เรามีแต่สื่ออิสระทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งดำเนินงานจากพวกมือสมัครเล่น เป็นต้น สื่อไทยได้ทำการเซ็นเซ่อร์การเสนอข่าวของตัวเอง นี่ก็คือปัญหาใหญ่ เพราะจะไม่มีการรณรงค์ให้เรื่องคดีต่างๆโปร่งใส


พอล เจ: ช่วยอธิบายให้ชัดขี้นหน่อยครับ จากมุมมองข้างนอกแบบตะวันตกนี้ เราเห็นการประท้วงที่สนามบิน ดูเหมือนเป็นการประท้วงอย่างประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาล รัฐบาลเก่าไป รัฐบาลใหม่ขี้นมามีอำนาจ

ใจ: ในปี 2549 มีการประท้วงหลายครั้งกับรัฐบาลในขณะนั้่น ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจากคนจน เพราะนโยบายเพื่อคนจน เช่น สามสิบบาทรักษาทุกโรค เป็นต้น นี่ทำให้กองทัพทำการรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 กองทัพพยายามยกเลิกกฎต่างๆที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย กองทัพฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเก่าทิ้ง และร่างฉบับตัวเองขี้นมาใหม่ ซึ่งลดอำนาจความเป็นประชาธิปไตยลง ครึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง และใช้ศาลซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับกองทัพ และใช้อำนาจยุบรัฐบาลเก่า หนึ่งปีหลังจากการทำรัฐประหาร ได้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง รัฐบาลเก่าก็ยังได้รับเสียงข้างมาก กลุ่มคนประท้วงที่เราเห็นยึดสนามบิน ปิดสนามบิน พยายามกระตุ้นให้เกิดวิกฤติ และพวกเขาก็ทำได้ เป็นการสร้างแรงกดดัน รวมถึงจากศาลที่สั่งยุบพรรคการเมืองนั้นอีกครั้งหนึ่ง และขณะนี้เรามีพรรคการเมืองซึ่งนักการเมืองของพรรคนี้ไม่เคยได้รับเสียงข้างมากสักครั้ง รัฐบาลนี้มีกองทัพ มีพันธมิตรที่ปิดสนามบินหนุนหลังอยู่ และก็มามีอำนาจในขณะนี้ด้วย พันธมิตรได้เรียกตัวเองว่าพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยมีแนวคิดชาตินิยมขวาจัด (Fascism) ใส่เสื้อเหลือง พวกเขามีคำขวัญสำหรับฝ่ายขวาจัดว่า ให้รักชาติ ศาสนา และกษัตริย์


พอล เจ: เรากำลังมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างศักดินาด้วยกันเอง หรือเป็นการต่อสู้ของศักดินาที่เอียงขวากับศักดินาที่เป็นกลาง หรือว่าเป็นการต่อสู้ของศักดินากับพรรคการเมืองที่เป็นที่นิยมของประชาชน

ใจ: เรากำลังมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างศักดินาอนุรักษ์นิยม ซึ่งรวมถึงพันธมิตร กองทัพ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น กับพรรคการเมืองที่เป็นที่นิยม ซึ่งมีนักธุรกิจเป็นผู้บริหาร แต่ได้รับการสนุนสนุนจากคนจน เรื่องยุ่งยากขี้นก็มาจากความจริงในขณะนี้ที่ว่าคนจนได้รวมตัวกันโดยการใส่เสื้อแดง ซึ่งตรงข้ามกับพันธมิตรเสื้อเหลือง และพวกเขาต้องการจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกของเขา ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากกองทัพ


พอล เจ: ดังนั้นการประท้วงที่สนามบินจริงๆแล้วเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มฝ่ายขวา

ใจ: แน่นอน ใช่ และพวกฝ่ายขวาเหล่านี้ได้ทำให้มีคดีหมิ่นฯมากขี้น


พอล เจ: กษัตริย์ได้แสดงให้เห็นชัดไหมว่าท่านได้อยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลเสื้อเหลือง ขบวนการเสื้อเหลือง และกองทัพได้อยู่ข้างเดียวกันด้วยหรือไม่

ใจ: ไม่แน่ใจว่ากษัตริย์อยู่ฝ่ายไหน รัฐประหารในปี 2549 กองทัพอ้างว่ากษัตริย์ทรงมีความเห็นชอบ แต่กษัตริย์ไม่เคยแสดงออกมาและตรัสอย่างชัดแจ้ง ในความเห็นของผมนั้นจริงๆแล้วคนที่ใช้กฎหมายหมิ่นฯได้อ้างว่าทำเพื่อกษัตริย์ แต่แท้ที่จริงได้ใช้กฎหมายที่ล้าหลังเพื่อให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารหรือคนที่ต้องการประชาธิปไตยได้เงียบเสียง ประเทศไทยมีประวัติยาวนานในเรื่องการใช้กฎหมายหมิ่นฯเพื่อกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม


พอล เจ: กษัตริย์จะต้องอนุญาตในการตั้งข้อกล่าวหา หรือรัฐบาลฟ้องร้องได้เอง

ใจ: เป็นกฎหมายที่แย่มากในข้อที่ว่าคนทั่วไปจะฟ้องใครก็ได้ ไม่เคยมีการกล่าวหาออกมาจากในวัง และไม่ค่อยมีที่รัฐบาลจะฟ้องร้องเช่นกัน ดังนั้นพวกฝ่ายขวาสติไม่ดีก็สามารถตั้งข้อกล่าวหาใครก็ได้ และตำรวจก็จะต้องทำการสืบสวน ดูเหมือนในขณะนี้ ทหารซึ่งเหมือนจะเคียงข้างตำรวจในการรับข้อกล่าวหานั้นและสั่งฟ้องศาล


พอล เจ: ทำไมถึงได้ฟ้องคุณ

ใจ: หลังจากรัฐประหารไม่นาน ผมได้เขียนหนังสือชื่อว่า “รัฐประหารสำหรับคนรวย” ในหนังสือนี้ผมได้แย้งว่าการทำรัฐประหารเป็นความไม่ชอบธรรม และกองทัพบกได้ใช้อำนาจของกษัตริย์เพื่อให้การรัฐประหารเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ผมแย้งว่าคนที่สนับสนุนการทำรัฐประหารนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเอาเสียเลย และได้ขัดคำสั่งของศาล ถ้าคุณลองมองคนที่ให้การสนับสนุนการทำรัฐประหารซึ่งมีพวกพันธมิตร กองทัพบก และนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ คนเหล่านี้ได้เชื่ออย่างจริงจังว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยไม่ดีพอที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นเป็นการที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการโต้แย้งอย่างจริงจังถึงฐานะของสถาบันกษัตริย์ และผมได้ตั้งคำถามหลายคำถาม เช่น กษัตริย์ในระบบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขควรปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย และควรจะอยู่ตรงข้ามกับการทำรัฐประหาร ผมต้องการความโปร่งใส ดังนั้นเราจะได้เห็นกันชัดๆว่ากษัตริย์ได้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วกองทัพอ้างไปเอง ผมเชื่อว่ามันเหมือนการสร้างนิยายขี้นมาในประเทศไทยว่ากษัตริย์มีอำนาจใหญ่หลวงเพื่อจะได้ขู่คนที่ไม่เห็นด้วย


พอล เจ: แต่ที่แน่ว่ากษัตริย์ควรตรัสอะไรบ้างอย่าง ถ้าท่านมีพระประสงค์ อะไรที่คิดว่ากษัตริย์จะเป็นอิสระจากกองทัพ

ใจ: ผมเชื่อว่ากษัตริย์ทรงอ่อน ผมเชื่อว่ากษัตริย์ได้ครองราชย์มานานและค่อนข้างจะคุ้นเคยกับกองทัพแบบเผด็จการ มีการกล่าวว่ากษัตริย์ควรจะปรากฎพระองค์และตำหนิกองทัพ แต่กษัตริย์ไม่ทรงกระทำ ผมยังไม่เชื่อว่ากษัตริย์ได้วางแผนในการทำรัฐประหาร แต่คนไทยหลายๆคนเชื่ออย่างนั้น และนั่นทำให้มีแนวโน้มที่จะก่อให้ราชวงศ์เกิดวิกฤติเพราะคนหลายล้านคนไม่มีความสุขจากการทำรัฐประหาร และก็ยังรู้สึกเช่นนั้นจนถึงตอนนี้


พอล เจ: ในภาคสองของการสัมภาษณ์นี้ จะถกเถียงกันเกี่ยวกับเนื้อหาในอดีตว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่กับไอเอ็มเอฟ และความสิ้นหวังระหว่างคนรวยและคนจนที่แตกต่างกันมากเหลือเกิน เรามาดูมุมมองกว้างๆของประเทศไทย มาพบกับการสัมภาษณ์กับ ใจ อี้งภากรณ์ในภาคต่อไป


ยินดีต้อนรับเข้าสู่การสนทนาภาคที่ 2


พอล เจ: คุณช่วยให้รายละเอียดของสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากสงครามเวียตนาม ที่ซึ่งทหารอเมริกันมีอิทธิพลมาก และอำนาจของกองทัพอเมริกา อำนาจเงิน และมีส่วนในการหล่อหลอมเศรษฐกิจไทยและการเมืองไทย ช่วยให้เบื้องหลังซึ่งทำให้คุณโดนกล่าวหา

ใจ: สำหรับประเทศไทย ชนชั้นปกครองของไทยจะเป็นมิตรกับรัฐบาลอเมริกาเสมอ โดยเฉพาะในระหว่างช่วงสงครามเย็น แต่ผมคิดว่า มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อครั้งวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ก่อนหน้านั้นรัฐบาลไทยได้ใช้นโยบายเศรษฐกิจแนวอนุรักษ์นิยม เสรีนิยมใหม่ เป็นต้น วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 มีผลมาจากนโยบายเสรีนิยมใหม่


พอล เจ: ช่วยให้คำอธิบายของคำว่านโยบายเสรีนิยมใหม่ในประเทศไทย

ใจ: ผมคิดว่า ประมาณปี 2523 มีการเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมการส่งออก มีความพยายามอย่างมากที่จะให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน สิ่งที่ผลักดันให้ไปถึงขั้นเกิดวิกฤติก็คือการเปิดเศรษฐกิจไทยกับเงินร้อน ให้เงินไหลเข้าออกได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงปลายปี 2533 เศรษฐกิจไทยเริ่มมีปัญหา เงินบาทลอยตัว ดังนั้นในความเห็นของผม เศรษฐกิจในปี 2540 เป็นผลมาจากเสรีนิยมใหม่ ตลาดการค้าที่ล้มเหลว และเมื่อตอนนั้น คุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยขี้นมา เพราะคุณทักษิณเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง การจะให้ไทยออกจากวิกฤติเศรษฐกิจได้จะต้องใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบผสมผสาน คุณทักษิณนิยมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การค้าเสรีในระดับโลก แต่ในประเทศไทย คุณทักษิณเชื่อว่าการแก้ไขเศรษฐกิจของไทยที่แท้จริงแล้วคือการเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับคนจน ดังนั้นทักษิณจีงเสนอนโยบายต่างๆสำหรับคนจน ที่สำคัญมากคือ สามสิบบาทรักษาทุกโรค ทักษิณพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้านซึ่งทำให้เป็นที่นิยมของประชาชนอย่างมหาศาล ทำให้กองทัพ และนักการเมืองเสรีนิยมใหม่รุ่นเก่า(นักการเมืองรุ่นเก่า) และชนชั้นกลางเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดการประท้วงและรัฐประหารในปี 2549


พอล เจ: เกิดอะไรขี้นต่อมา เศรษฐกิจโลกถดถอย ประเทศไทยคงได้รับผลกระทบอย่างหนักในเหตุการณ์ครั้งนี้ วิกฤติครั้งนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร และจะเกิดอะไรขี้นหลังจากนี้ในมุมมองทางการเมือง

ใจ: คนจะตกงานมากขี้น โดยเฉพาะในบริษัทต่างชาติซึ่งต้องลดขนาดลง ทั้งบริษัทอเมริกาและญี่ปุ่น เป็นต้น ประเทศไทยจะไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศที่เกิดวิกฤติ และนอกเหนือจากนั้นผลกระทบจากการปิดสนามบิน ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง


พอล เจ: ผมทราบว่าการท่องเที่ยวเป็นการทำรายได้อันดับหนึ่งของประเทศไทย ยังเป็นแบบนี้หรือไม่

ใจ: การท่องเที่ยวก็สำคัญ แต่การส่งออกสำคัญกว่า เช่น สินค้าอีเลคโทรนิค สินค้าอาหาร และอื่นๆ รัฐบาลไทยที่มีกองทัพหนุนหลังในขณะนี้เป็นรัฐบาลที่มีประวัติในด้านการควบคุมการเงิน (monetarism) เสรีนิยมใหม่ (neo-liberalism) และนี่เป็นนโยบายที่ผิดในการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่เราต้องการคือให้รัฐบาลรักษางานและเพิ่มอำนาจการซื้อ แต่ผมไม่คิดว่ารัฐบาลนี้สนใจกับคนจนเพราะเมื่อนักการเมืองเหล่านี้เข้ามามีอำนาจ ก็จะมองข้ามคนจน


พอล เจ: ดังนั้นขณะนี้จีงมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลปัจจุบันที่มาจากรัฐประหาร จะขยายไปถึงขนาดไหนก็ขี้นกับบทบาทของกองทัพ และผลที่เกิดตามมาจะเป็นอย่างไร

ใจ: คนที่ประท้วงเป็นคนแก่ ซึ่งตรงข้ามกับเสื้อเหลืองที่เราเคยเห็นตอนยึดสนามบิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ราชินี และศักดินา ดังนั้นกลุ่มคนประท้วงเหล่านี้อาจจะเสียเปรียบ มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือคนไทยเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นเราจะไม่เห็นการขยายตัวมากนัก แต่ผมคิดว่าขี้นอยู่กับการที่รัฐบาลปัจจุบันจะจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจอย่างไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า


พอล เจ: สื่อมวลชนสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันนี้หรือไม่

ใจ: สื่อมวลชนสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันเต็มที่ และอย่างที่ผมเคยพูดไว้แล้วว่า สื่อไม่เสนอข่าวคดีหมิ่นฯ


พอล เจ: แล้วคดีของคุณจะเป็นอย่างไรอีกต่อไป

ใจ: ผมต้องไปรายงานตัวกับตำรวจวันอังคารนี้ ตำรวจจะแจ้งข้อหาผม เราตั้งใจสู้กับเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่คดีของผม แต่ทุกคดีในขณะนี้ มีชาวออสเตรเลียที่ถูกจำคุกก่อนจะมีการตัดสิน มีผู้หญิงที่ถูกจำคุก มีผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกจับ มีการฟ้องนักข่าวบีบีซี ทุกอย่างดูเหมือนจะอยู่เหนือการควบคุม ยังกับอยู่ในยุคล่าแม่มด


พอล เจ: ขอบคุณมากสำหรับการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ วันอังคารนี้ขอให้คุณโชคดีและขอบคุณ และเราจะยังคงติดตามเรื่องของคุณใจและเรื่องที่จะเกิดขี้นในประเทศไทย กรุณาติดตามรับชมได้ใหม่



ใจ อี้งภากรณ์เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ของคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมนิยม


บทสัมภาษณ์จาก : The Real News Network


ที่มา : Liberal Thai : สัมภาษณ์ อ.ใจ อึ้งภากรณ์

1 ความคิดเห็น:

ศึกษาต่อออสเตรเลีย กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ