วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

สุวิชา ท่าค้อและกฎหมายหมิ่นฯ : Suwicha Thakor and lese majeste



New Mandala


Suwicha Thakor and lese majeste

by Nicholas Farrelly


แปลและเรียบเรียง : chapter 11



สุวิชา ท่าค้อและกฎหมายหมิ่นฯ

ทุกครั้งที่ใครก็ตามถูกตัดสินว่าผิดกรณีหมิ่นฯ
ราชวงศ์ไทยจะได้รับแต่ความเสื่อมเสีย

มากกว่าหกสิบปีที่กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชขี้นครองราชย์ ไม่เคยมีการผลักดันให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎหมายที่ทำให้การปกครองของท่านดูแล้วเหมือนมีความอ่อนแอ และมีเจตนาร้าย เรายังคงถูกทำให้เชื่อว่าราชวังเก็บเรื่องการแก้ไขกฎหมายนี้ไว้ และยิ่งการตัดสินจำคุกคดีหมิ่นฯยิ่งมากขี้นเท่าใด ยิ่งทำให้การเข้าใจยิ่งยากที่จะปกปิดได้

หลักฐานล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่า ราชวังมีความพอใจต่อความพยายามที่จะจับใครก็ตามที่ล้อเลียนราชวงศ์ ต่อการนำภาพพจน์ของราชวงศ์ไปหาประโยชน์ใส่ตัวเองทำการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลักฐานที่แสดงว่าราชวังไม่เข้าใจในระบอบรัฐธรรมนูญ หรือไม่ยอมปรับปรุงข้อกฎหมายที่จะลดอำนาจของตัวเอง เราสรุปว่าเป้าหมายคือ จะยังคงไม่มีการให้คำอธิบายต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วย ต่อประชาชนส่วนใหญ่ และต่อใครก็ตาม ที่ต้องการที่จะเห็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับนักสังคมศาสตร์ที่ทำการวิจัยประเทศไทย กฎหมายหมิ่นฯและการบังคับใช้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะทำความเข้าใจในประเทศไทย อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้เปิดโอกาสให้ศักดินาที่มีทั้งอภิสิทธิ์และอคติ ได้ใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมอำนาจที่ตัวเองมีอยู่

สุวิชา ท่าค้อเป็นปลาซิวปลาสร้อยรายล่าสุดที่ถูกปล่อยลงไปในหลุมนรกของกฎหมายหมิ่นฯ เป็นที่แน่ชัดว่าสถานการณ์ของเขาต่างจากบุคคลอย่างจักรภพ เพ็ญแข สนธิ ลิ้มทองกุล หรือสุลักษณ์ สุวลักษณ์ที่มากด้วยประสบการณ์ และได้รับการกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรจากกฎหมายที่คลุมเคลือเมื่อไม่นานมานี้เช่นกัน บุคคลดังกล่าวเหล่านี้และคนอื่นที่คล้ายกันมีแนวร่วมที่ช่วยให้พวกเขาไม่ต้องอยู่ในคุก สุวิชานั้นไม่มีใครเลย และ เช่นเดียวกับบุญยืน ประเสริฐยิ่งที่ต้องชดใช้เพราะขาดเส้นสาย

การถูกศาลตัดสินว่าผิดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วจากการโพสต์ข้อความออนไลน์ที่เข้าใจว่าเป็นการโจมตีราชวงศ์นั้น สุวิชาได้ถูกตัดสินให้จำคุก ๑๐ ปี

ต้องขอบคุณต่อสื่อบางสื่อที่ได้พยายามประโคมข่าวในเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ แหล่งข่าวต่างๆ ซึ่งรวมถึงเว็บต่อต้าน (เช่น ประชาไท และ ฟ้าเดียวกัน) แหล่งข่าวหลัก (เช่น กวี จงกิจถาวร แห่งเนชั่น ไทยรัฐ และ มติชน) สำนักข่าวบางสำนัก (เช่น เอพี และ รอยเตอร์) และสื่ออื่น (รีพอร์ตเตอร์วิทเอ้าบอร์เดอร์ เดอะเทเลกราฟ เป็นต้น) ได้พยายายามเสนอข่าวการถูกตัดสินความผิดของสุวิชา ได้แต่หวังว่าครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของการสร้างกระแสให้มีวิเคราะห์ในเหตุผลต่อการจับสุวิชาขังคุกในครั้งนี้

จากการรณรงค์ของนักวิชาการนานาชาติที่พุ่งเป้าไปยังการใช้กฎหมายหมิ่นฯในทางผิด อาจจะเป็นการช่วยเหลือสุวิชาและครอบครัวอย่างเต็มที่ การลงโทษสุวิชาเป็นการทำลายความรู้สึกที่ยังคงเหลืออยู่ว่าประเทศไทยยังคงมีเสรีภาพทางความคิด แต่ละวันที่สุวิชาถูกจองจำอยู่ในคุกและชีวิตของเขาจะค่อยๆเลือนหายไปในคุกคอนกรีต เขาควรได้รับการสนับสนุนจากเราในทุกๆด้าน นอกเหนือจากนั้น เราทุกคนได้แต่หวังว่าสุวิชาจะได้รับอิสรภาพในไม่ช้า และกลับไปสู่ที่ที่เหมาะสมสำหรับทั้งครอบครัวของเขาและเพื่อนของเขา

ประสบการณ์ได้บอกว่าการติดตามการเสนอข่าวของสื่อ ทำให้ราชวังและนักการเมืองศักดินาไทยเกิดความอับอาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะห้ามไม่ให้สื่อต่างชาติสนใจในในคดีของสุวิชา และนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

การเสนอข่าวจะเป็นการสร้างความกดดันอย่างหนักต่อนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แสดงให้เห็นชัดว่ามีความพอใจกับภาพพจน์ตัวเองในด้านบวก ที่โลกแห่งเสรีภาพแห่งปัญญาชนที่จะมีให้ได้ แต่ถ้าอภิสิทธิ์ไม่เป็นผู้นำในการแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ ตำนานของเขาจะเสื่อมเสียอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากผลงานของอภิสิทธิ์ต่อดดีเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า อภิสิทธิ์อย่าได้หวังเลยว่า จะไม่ได้รับการวิพากวิจารณ์จากแหล่งการศึกษาต่างๆ


Nicholas Farrelly


ที่มา : Liberal Thai : สุวิชา ท่าค้อและกฎหมายหมิ่นฯ



หมายเหตุ

การเน้นข้อความทำโดยความเห็นของผู้จัดเก็บบทความ

ไม่มีความคิดเห็น: